W3vina.COM Free Wordpress Themes Joomla Templates Best Wordpress Themes Premium Wordpress Themes Top Best Wordpress Themes 2012
0

จากเดิมบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดที่มีคนต่างด้าวถือหุ้นตั้งแต่ 40% ขึ้นไป กำหนดให้ผู้เป็นหุ้นส่วนของห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือบริษัทที่เป็นคนไทยทุกคน ต้องส่งหลักฐานแสดงที่มาของเงินลงทุนประกอบคำขอจดทะเบียน เช่น สำเนาสมุดเงินฝากธนาคารหรือสำเนาใบแจ้งยอดบัญชีธนาคาร 6 เดือน หรือเอกสารที่ธนาคารออกให้เพื่อรับรองหรือแสดงฐานะการเงินของผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้น หรือสำเนาหลักฐานที่แสดงแหล่งที่มาของเงินลงทุนหรือถือหุ้น หลักฐานดังกล่าว จะต้องแสดงจำนวนเงินที่สอดคล้องกับจำนวนเงินที่ผู้เป็นหุ้นส่วน หรือผู้ถือหุ้นนำมาลงหุ้นหรือถือหุ้นแต่ละราย แต่ถ้าคนต่างด้าวถือหุ้นไม่ถึง 40% ก็ไม่ต้องแสดงที่มาของเงินลงทุน แต่ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม 2556 เป็นต้นไป ห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือบริษัทจำกัดที่มีคนต่างด้าวถือหุ้น หุ้นส่วนหรือผู้ร่วมก่อตั้งคนไทยทุกคนต้องส่งหลักฐานแสดงที่มาของเงินลงทุน (Bank Statemenet)

—————————————————————-

ประกาศสำนักทะเบียนธุรกิจ กระทรวงพาณิชย์

ด้วยปรากฏว่ามีชาวต่างชาติประกอบธุรกิจบางประเภทโดยมิได้รับอนุญาต โดยจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัดและบริษัทจํากัดโดยให้คนไทยลงทุนหรือถือหุ้นแทนคนต่างด้าว (นอมินี) ดังนั้นเพื่อให้การจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัดและบริษัทจํากัดที่มีคนต่างด้าวร่วมลงทุน หรือคนต่างด้าวเป็นกรรมการผู้มีอํานาจลงนามหรือร่วมผูกพันบริษัท เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น สํานักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง จึงได้ออกคําสั่งที่ 205/2555 ให้ผู้ขอจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทดังกล่าว ส่งเอกสารหลักฐานที่ธนาคารออกให้ เพื่อรับรองหรือแสดงฐานะการเงินของผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นที่มีสัญชาติไทยทุกคนประกอบคําขอจดทะเบียนโดยเอกสารดังกล่าว ต้องแสดงจํานวนเงินที่สอดคล้องกับจํานวนเงินที่นํามาลงหุ้นหรือถือหุ้นของผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นแต่ละราย ในกรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้

(1) กรณีห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทจํากัดมีผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นที่เป็นคนต่างด้าวลงหุ้นหรือถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทจํากัดไม่ถึงร้อยละ 50 ของเงินลงหุ้นหรือทุนจดทะเบียน

(2) กรณีบริษัทจํากัดไม่มีคนต่างด้าวเป็นผู้ถือหุ้น แต่คนต่างด้าวเป็นกรรมการผู้มีอํานาจลงนาม หรือร่วมลงนามผูกพันบริษัท

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม 2556 เป็นต้นไป

………………………………………………………..

ฝ่ายบริหารทั่วไป สํานักทะเบียนธุรกิจ

Continue Reading

2

เดิมทีการจองชื่อนิติบุคคล สามารถยื่นคำร้องขอจองชื่อผ่านหน่วยงานของกรม กระทรวงพาณิชย์ โดยกรอกใบคำขอ “แบบจองชื่อนิติบุคคล” แล้วนายทะเบียนก็จะทำการลงทะเบียนจองชื่อให้ต่อไป ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 14/01/2556 เป็นต้นไป กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ปรับปรุงระบบการจองชื่อและเพื่อให้มีการแจ้งผลได้รวดเร็วขึ้น จึงปรับให้จองชื่อนิติบุคคลผ่านระบบอินเตอร์เพียงช่องทางเดียว จากประสบการณ์ในจองชื่อบริษัท ห้างหุ้นส่วนจำกัด ผ่านระบบอินเตอร์พบว่าจะใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 วัน ถึงจะทราบผลการอนุมัติ ทั้งนี้นายทะเบียนจะต้องเป็นผู้สั่งอนุมัติชื่ออีกครั้ง เนื่องจากระบบตรวจสอบชื่อยังไม่ละเอียดพอ เช่น กรณีสะกดคำไม่เหมือนกัน ระบบก็จะมองว่าชื่อไม่ซ้ำกัน เช่น บางชื่อใส่ ร์ บางชื่อก็ไม่ใส่ เป็นต้น

ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 14 มกราคม 2556 เป็นต้นไป กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้พัฒนาระบบการตรวจและจองชื่อนิติบุคคล โดยผู้ขอจดทะเบียนสามารถตรวจสอบชื่อที่ต้องการใช้ได้ด้วยตนเอง  ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ก่อนทําการจองชื่อว่าชื่อที่ต้องการใช้เหมือนหรือมีเสียงเรียกขานตรงกัน หรือคล้ายคลึงกับนิติบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนไว้ก่อนแล้วหรือไม่ ซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ของกรมฯ  จะประมวลผลและแสดงข้อมูลชื่นิติบุคคลที่เหมือนหรือใกล้เคียงกับชื่อที่ต้องการตรวจ เพื่อให้พิจารณาและตัดสินใจเองว่าจะใช้ชื่อนั้นหรือไม่  และเมื่อตรวจสอบแล้วว่าชื่อดังกล่าวไม่เหมือนหรือมีเสียงเรียกขานตรงกัน หรือคล้ายกับนิติบุคคลอื่น ให้ดําเนินการจองชื่อผ่านระบบอินเทอร์เน็ต  ทั้งนี้ นายทะเบียนจะตรวจสอบชื่อที่ขอจองอีกครั้งเฉพาะประเด็น ดังต่อไปนี้

– ชื่อที่ใช้คําที่ขัดต่อแนวนโยบายแห่งรัฐหรือชื่อที่ใช้คําที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
– ชื่อที่ใช้ภาษาต่างประเทศมีความหมายหรือมีเสียงเรียกขานไม่ตรงกับชื่อภาษาไทย
– ชื่อที่ใช้คําหรือตัวอักษรไม่ถูกหลักภาษาไทย

หากชื่อที่ใช้เหมือนหรือมีเสียงเรียกขานตรงกัน หรือคล้ายคลึงกับชื่อนิติบุคคลอื่น  ผู้ขอจองชื่อ/ห้างหุ้นส่วน/บริษัทจํากัด ต้องรับผิดชอบในการใช้ชื่อนั้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 18  มาตรา 67 และมาตรา 1115 และต้องจดทะเบียนแก้ไขชื่อทันทีที่ทราบหรือควรทราบ เพื่อเป็นการประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการจองชื่อ ไม่ต้องเดินทางไปติดต่อที่หน่วยงานของกรม และมีการแจ้งผลการจองชื่อได้รวดเร็วขึ้น จึงได้ปรับช่องทางจองชื่อให้จองผ่านระบบอินเทอร์เน็ตเพียงช่องทางเดียว

หมายเหตุ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 18 สิทธิของบุคคลในการที่จะใช้นามอันชอบที่จะใช้ได้นั้น ถ้ามีบุคคลอื่นโต้แย้งก็ดี หรือบุคคลผู้เป็นเจ้าของนามนั้นต้องเสื่อมเสียประโยชน์ เพราะการที่มีผู้อื่นมาใช้นามเดียวกันโดยมิได้รับอํานาจให้ใช้ได้ก็ดี บุคคลผู้เป็นเจ้าของนามจะเรียกให้บุคคลนั้นระงับความเสียหายก็ได้  ถ้าและเป็นที่พึงวิตกว่าจะต้องเสียหายอยู่สืบไป จะร้องขอต่อศาลให้สั่งห้ามก็ได้

มาตรา 66 นิติบุคคลย่อมมีสิทธิและหน้าที่ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่น ภายในขอบแห่งอํานาจหน้าที่หรือวัตถุประสงค์ดังได้บัญญัติหรือกําหนดไว้ในกฎหมายข้อบังคับ หรือตราสารจัดตั้ง

มาตรา 67 ภายใต้บังคับมาตรา 66 นิติบุคคลย่อมมีสิทธิและหน้าที่เช่นเดียวกับบุคคลธรรมดา เว้นแต่สิทธิและหน้าที่ซึ่งโดยสภาพจะพึงมีพึงเป็นได้เฉพาะแก่บุคคลธรรมดาเท่านั้น

มาตรา 1115 ถ้าหากว่าชื่อบริษัทซึ่งตั้งไว้ในหนังสือบริคณห์สนธิพ้องกับชื่อบริษัทอื่นซึ่งได้จดทะเบียนแล้วก็ดีหรือพ้องกับชื่อซึ่งตั้งไว้ในหนังสือบริคณห์สนธิฉบับอื่นอันได้จดทะเบียนแล้วก็ดีหรือคล้ายคลึงกับชื่อเช่นกล่าวนั้นจนน่าจะลวงให้มหาชนหลงไปได้ก็ดี ท่านว่าบุคคลผู้ที่มีส่วนได้เสียคนหนึ่งคนใดจะฟ้องเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เริ่มก่อการบริษัทก็ได้และจะร้องขอให้ศาลสั่งบังคับให้เปลี่ยนชื่อนั้นเสียใหม่ก็ได้

เมื่อศาลมีคําสั่งเช่นนั้นแล้ว ก็ต้องบอกชื่อซึ่งเปลี่ยนใหม่นั้นจดลงทะเบียนแทนชื่อเก่า และต้องแก้ใบสําคัญการจดทะเบียนด้วยตามกันไป

ที่มา .. ฝ่ายพิจารณาอนุญาตชื่อนิติบุคคล  ส่วนบริหารการจดทะเบียน  สํานักทะเบียนธุรกิจ โทร. 0 2547 4450   e–mail : nameit@dbd.go.th 

Continue Reading

0

ความหมายของบริษัทจำำกัด

บริษัทจำกัด คือ การที่บุคคลตั้งแต่ 3 คนขึ้นไปร่วมกันทำกิจการโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไรจากการดำเนินกิจการนั้นมาแบ่งปันกัน โดยบริษัทจำกัด จะแบ่งทุนออกเป็นหุ้น มูลค่าหุ้นละเท่าๆ กัน ผู้ลงทุนในบริษัท เรียกว่า “ผู้ถือหุ้น” โดยผู้ถือหุ้นรับผิดไม่เกินจำนวนเงินที่ตนยังส่งใช้ไม่ครบมูลค่าของหุ้นที่ตนถือ เมื่อจดทะเบียนบริษัทจำกัดแล้ว จะมีสภาพเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายแยกต่างหากจากผู้ถือหุ้น และได้รับเลขทะเบียนนิติบุคคล 13 หลัก ซึ่งสามารถใช้เป็นเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของกรมสรรพากรได้

สำหรับชื่อบริษัท ถ้าจะนำชื่อไปใช้ในดวงตรา ป้ายชื่อ หนังสือ จดหมาย หรือเอกสารอย่างอื่นเกี่ยวกับธุรกิจของบริษัทต้องใช้คำว่า “บริษัท” ไว้หน้าชื่อ และ “จำกัด” ไว้ท้ายชื่อด้วย ถ้าเป็นอักษรต่างประเทศต้องใช้คำซึ่งมีความหมายว่า “บริษัทจำกัด” ประกอบชื่อ

(ถ้าไม่ปฏิบัติตามบริษัทมีความผิดปรับไม่เกินสองหมื่นบาทและปรับอีกวันละไม่เกินห้าร้อยบาทจนกว่าจะได้เลิกใช้หรือจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง แล้วแต่กรณี)

หน้าที่ของบริษัทจำกัด

การที่บริษัทมีสภาพเ ป็นนิติบุคคลตามกฎหมายทำให้มีสิทธิ หน้าที่รับผิดชอบที่จะต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย ได้แก่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับ ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคม และมูลนิธิ พ.ศ. 2499 พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 รวมทั้งต้องปฏิบัติให้ถูกต้อง ตามมาตรฐานการบัญชี ดังนี้

1.ต้องมีที่ตั้งสำนักงานซึ่งถือเป็นภูมิลำเนาของบริษัทที่สามารถติดต่อได้ หากมีการย้ายที่ตั้งสำนักงานจากที่จดทะเบียนไว้ ก็ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนย้ายที่ตั้งสำนักงานต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท

(ถ้าไม่ดำเนินการมีความผิด ปรับ บริษัท/กรรมการ ไม่เกินสองหมื่นบาท)

นอกจากนี้หากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าไม่สามารถติดต่อบริษัทได้ จะระบุรายชื่อไว้บนเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (www.dbd.go.th) ว่าบริษัทไม่มีสำนักงานแห่งใหญ่ ณ ที่ตั้งตามที่จดทะเบียนไว้ เพื่อเป็นข้อมูลให้ประชาชนทราบต่อไป

2.จัดทำสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น ให้จัดทำตั้งแต่วันที่ได้จดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัด เพื่อบันทึกข้อมูลของผู้ถือหุ้น จำนวนหุ้นและการเข้า-ออก จากการเป็นผู้ถือหุ้น รวมทั้งรายละเอียดเกี่ยวกับการโอนหุ้นและถ้าไม่ดำเนินการมีความผิดการเปลี่ยนแปลงรายการต่างๆ และต้องเก็บรักษาไว้ที่สำนักงานของบริษัท สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นต้องเปิดให้ผู้ถือหุ้นดูได้ในระหว่างเวลาทำการไม่น้อยกว่าวันละ 2 ชั่วโมงโดยไม่เสียค่าธรรมเนียม

(ถ้าไม่จัดทำ ไม่เก็บรักษา หรือไม่ให้ผู้ถือหุ้นดูสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นมีความผิด ปรับบริษัทไม่เกินสองหมื่นบาท/ปรับกรรมการไม่เกินห้าหมื่นบาท)

นอกจากนี้ยังต้องจัดทำใบหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นทุกคนไว้เป็นหลักฐานเพื่อแสดงการเป็นเจ้าของหุ้นและจะเก็บค่าธรรมเนียมก็ได้แต่ต้องไม่เกินสิบบาท โดยรายละเอียดในใบหุ้นต้องมีชื่อบริษัท มีหมายเลขหุ้น มีมูลค่าของหุ้น
ชำระค่าหุ้นแล้วหุ้นละเท่าใด มีชื่อของผู้ถือหุ้นหรือคำว่าใบหุ้นออกให้แก่ผู้ถือ และให้กรรมการลงลายมือชื่อด้วยตนเองพร้อมประทับตราบริษัท

(ถ้าไม่ทำใบหุ้น หรือเรียกค่าธรรมเนียม หรือมีรายละในใบหุ้นไม่ครบถ้วน มีความผิด ปรับบริษัท ไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท /ปรับกรรมการไม่เกินห้าหมื่นบาท)

3.หลังจากนั้นภายใน 6 เดือนนับจากวันที่ได้จดทะเบียนเป็นบริษัทจะต้องจัดให้มีการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นขึ้นเป็นครั้งแรก และต่อจากนั้น ในทุกๆ รอบระยะเวลา 12 เดือนก็ต้องจัดประชุมแบบนี้อีกอย่างน้อยหนึ่งครั้ง การประชุมที่นอกเหนือจากนี้เรียกว่าการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น

(ถ้าไม่เรียกประชุมมีความผิด ปรับบริษัทไม่เกินสองหมื่นบาท / ปรับกรรมการไม่เกินห้าหมื่นบาท)

สำหรับวิธีการจัดประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัททุกครั้ง จะต้องนัดประชุมผู้ถือหุ้นโดยวิธีการลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ในท้องที่ และส่งหนังสือนัดประชุมทางไปรษณีย์ตอบรับไปยังผู้ ถือหุ้นทุกคนล่วงหน้าก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 7 วัน เว้นแต่นัดประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องที่จะต้องลงมติพิเศษให้กระทำการดังกล่าวข้างต้นก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 14 วัน โดยข้อความในหนังสือนัดประชุมต้องระบุสถานที่ วัน เวลา และเรื่องที่จะพิจารณากัน กับข้อความที่จะนำเสนอให้ลงมติพิเศษ ซึ่งเรื่องที่กฎหมายกำหนดให้ต้องมีการลงมติพิเศษ คือ การเพิ่มทุน การลดทุน การแก้ไขข้อบังคับ การควบบริษัท การแก้ไข หนังสือบริคณห์สนธิ การเลิกบริษัท

(ถ้าไม่ลงโฆษณา ไม่ส่งหนังสือนัดประชุม ไม่ระบุรายละเอียดในหนังสือนัดประชุมมีความผิด ปรับบริษัทไม่เกินสองหมื่นบาท / ปรับกรรมการไม่เกินห้าหมื่นบาท)

และทุกครั้งที่มีการประชุมต้องทำการจดบันทึกรายงานการประชุม มติของที่ประชุมไว้ในสมุดให้ถูกต้อง ทั้งต้องเก็บรักษาสมุดจดบันทึกรายงานการประชุมไว้ ณ สำนักงานของบริษัท

(ถ้าไม่จดบันทึกหรือไม่เก็บรักษาสมุดมีความผิด ปรับกรรมการไม่เกินห้าหมื่นบาท)

4. ต้องส่งสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ ถือหุ้นทั้งหมดและผู้ที่ไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้นแล้วในวันประชุมสามัญ ไปยังนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท อย่างน้อยปีละครั้งแต่ไม่ให้ช้ากว่า 14 วันนับแต่วันประชุมสามัญผู้ถือหุ้น

(ถ้าไม่ส่งสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นมีความผิด ปรับกรรมการไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท)

5.ต้องรีบนัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นทันที เมื่อบริษัทขาดทุนถึงครึ่งหนึ่งของต้นทุนเพื่อแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบ หรือเมื่อผู้ถือหุ้นที่มีหุ้นรวมกันไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ร้องขอให้เรียกประชุม

(ถ้าไม่นัดประชุมมีความผิด ปรับกรรมการไม่เกินสองหมื่นบาท)

6.ต้องจัดให้มีผู้สอบบัญชีหนึ่งคนหรือหลายคนมาตรวจสอบงบการเงิน แล้วต้องนำงบการเงินที่ได้รับการตรวจสอบเสนอในที่ประชุมผู้ถือหุ้น เพื่ออนุมัติภายในสี่เดือนนับแต่วันที่ปิดบัญชี โดยต้องส่งสำเนางบการเงินให้
ผู้ถือหุ้นดูล่วงหน้าก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 3 วัน และมีสำเนางบการเงินเปิดเผยไว้ในสำนักงานของบริษัท

(ถ้าไม่ดำเนินการมีความผิด ปรับบริษัทไม่เกินสองหมื่นบาท / ปรับกรรมการไม่เกินห้าหมื่นบาท)

จัดทำบัญชี

บริษัทจำกัด เป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีโดยจะให้กรรมการบริษัทเป็นผู้ดำเนินการแทน ซึ่งหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 มีดังนี้

1.จัดทำบัญชีรายวัน บัญชีแยกประเภท บัญชีสินค้า และบัญชีประเภทอื่นตามความจำเป็นแก่การทำบัญชี โดยเริ่มตั้งแต่วันที่จดทะเบียนเป็นบริษัท

(ถ้าไม่จัดทำบัญชีมีความผิด ปรับบริษัทไม่เกินสามหมื่นบาทและปรับเป็นรายวันอีกไม่เกินวันละหนึ่งพันบาทจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง / ปรับกรรมการผู้จัดการไม่เกินสามหมื่นบาทและปรับเป็นรายวันอีกไม่เกินวันละหนึ่งพันบาทจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง)

2.จัดให้มีผู้ทำบัญชีเพื่อเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดทำบัญชีของบริษัท ซึ่งอาจเป็นพนักงานของบริษัท ผู้รับจ้างทำบัญชีอิสระหรือสำนักงานรับจ้างทำบัญชีก็ได้ ซึ่งเป็นผู้ที่จบไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการบัญชีหรือเทียบเท่า
เป็นผู้ทำบัญชีให้ ยกเว้นบริษัทจำกัดที่มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท มีสินทรัพย์รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท และมีรายได้รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท สามารถให้ผู้ ที่จบไม่ต่ำกว่าอนุปริญญา หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง
(ปวส.) ทางการบัญชีหรือเทียบเท่าเป็นผู้ทำบัญชีก็ได้ ซึ่งบริษัทจะต้องควบคุมดูแลผู้ทำบัญชีให้จัดทำบัญชีให้ตรงต่อความเป็นจริงและถูกต้องตามกฎหมาย 

(ถ้าไม่จัดให้มีผู้ทำบัญชี มีความผิดปรับบริษัทไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท / ปรับกรรมการผู้จัดการไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท)

3.ต้องส่งมอบเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชี ได้แก่ บันทึก หนังสือ หรือเอกสารใดๆ ที่ใช้เป็นหลักฐานในการลงรายการในบัญชี ให้กับผู้ทำบัญชีให้ครบถ้วนถูกต้อง เพื่อให้บัญชีที่จัดทำขึ้นสามารถแสดงผลการดำเนินงาน ฐานะการเงิน หรือการเปลี่ยนแปลงฐานะการเงินที่เป็นอยู่ตามความเป็นจริงและตามมาตรฐานการบัญชี

(ถ้าไม่ดำเนินการมีความผิด ปรับบริษัทไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท / ปรับกรรมการผู้จัดการไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท)

4.ต้องปิดบัญชีครั้งแรกภายใน 12 เดือนนับแต่วันเริ่มทำบัญชีและให้ปิดบัญชีทุกรอบ 12 เดือนนับแต่วันปิดบัญชีครั้งก่อน เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากสารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชีให้เปลี่ยนรอบปีบัญชีแล้ว อาจปิดบัญชีก่อนครบรอบ 12 เดือนได้

(ถ้าไม่ดำเนินการมีความผิด ปรับบริษัทไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท / ปรับกรรมการผู้จัดการไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท)

5.จัดทำงบการเงิน ประกอบด้วยงบแสดงฐานะการเงิน งบกำไรขาดทุน งบแสดงการเปลี่ยนแปลงในส่วนของเจ้าของ หมายเหตุประกอบ งบการเงิน งบการเงินเปรียบเทียบกับปีก่อน

(ถ้าไม่จัดทำมีความผิด ปรับบริษัทไม่เกินห้าหมื่นบาท / ปรับกรรมการผู้จัดการไม่เกินห้าหมื่นบาท)

โดยงบการเงินต้องได้รับการตรวจสอบและแสดงความเห็นจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาต

(ถ้าไม่ดำเนินการมีความผิด ปรับบริษัทไม่เกินสองหมื่นบาท / ปรับกรรมการผู้จัดการไม่เกินสองหมื่นบาท)

6.จัดส่งงบการเงินที่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ ไปยังกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่งบการเงินได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่

(ถ้าไม่ดำเนินการมีความผิด ปรับบริษัทไม่เกินห้าหมื่นบาท / ปรับกรรมการผู้จัดการไม่เกินห้าหมื่นบาท)

7. เก็บรักษาบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีไว้ ณ สถานที่ทำการ หรือสถานที่ที่ใช้ผลิตหรือเก็บสินค้าเป็นประจำ หรือสถานที่ที่ใช้เป็นที่ทำงานประจำ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปีนับแต่วันปิดบัญชี เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากสารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชีให้เก็บไว้ ณ สถานที่อื่นได้ แต่ถ้าบัญชีหรือเอกสารประกอบการลงบัญชีสูญหายหรือเสียหาย บริษัทต้องแจ้งสารวัตรใหญ่บัญชี หรือสารวัตรบัญชีภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ทราบหรือควรทราบ

(ถ้าไม่ดำเนินการมีความผิด ปรับบริษัทไม่เกินห้าพันบาท / ปรับกรรมการผู้จัดการไม่เกินห้าพันบาท)

การเปลี่ยนแปลงรายการทางทะเบียน

เมื่อบริษัทจำกัดต้องการจะเปลี่ยนแปลงรายการทางทะเบียนของบริษัท กรรมการผู้มีอำนาจเป็นผู้ยื่นขอจดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลง โดยการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจจะต้องได้รับมติของที่ประชุม คณะกรรมการหรือ
ผู้ถือหุ้น แต่หากเป็นรายการที่มีความสำคัญจะต้องให้ผู้ถือหุ้นมีมติพิเศษ ให้เปลี่ยนแปลง ได้แก่ การเพิ่มทุน การลดทุน การแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ การควบบริษัท และการเลิกบริษัท

การเปลี่ยนแปลงบางรายการที่กฎหมายกำหนดระยะเวลาในการยื่นจดทะเบียนไว้ ซึ่งต้องไปดำเนินการภายในกำหนด ได้แก่

1.การเปลี่ยนแปลงทุนของบริษัท (เพิ่มทุน/ลดทุน) ต้องไปยื่นจดทะเบียนมติพิเศษให้เพิ่มทุนหรือให้ลดทุน ภายใน 14 วัน นับจากวันที่ลงมติ

2.การเปลี่ยนแปลงข้อบังคับของบริษัท ต้องไปยื่นจดทะเบียนภายใน 14 วันนับจากวันที่ลงมติ

3.การเปลี่ยนแปลงกรรมการเข้า/ออก ต้องไปยื่นจดทะเบียน ภายใน 14 วัน นับจากวันที่มีการเปลี่ยนแปลง

4.การควบบริษัท ต้องไปยื่นจดทะเบียนมติพิเศษให้ควบบริษัทเข้ากันภายใน 14 วันนับจากวันที่มีมติ และยื่นจดทะเบียนควบบริษัทภายใน 14 วันนับจากวันที่ควบเข้ากัน

(ถ้าไม่ดำเนินการมีความผิด ปรับบริษัทไม่เกินสองหมื่นบาท / ปรับกรรมการผู้จัดการไม่เกินห้าหมื่นบาท)

การเลิกและชำระบัญชี

เมื่อมีความประสงค์จะเลิกบริษัท ให้จัดประชุมผู้ถือหุ้นมีมติพิเศษให้เลิกบริษัทและตั้งผู้ชำระบัญชี เพื่อทำหน้าที่ชำระสะสางทรัพย์สินและหนี้สินของบริษัท จากนั้นผู้ชำระบัญชีมีหน้าที่ดำเนินการ ดังนี้

1.จัดทำคำขอไปยื่นจดทะเบียนเลิกบริษัทภายใน 14 วัน นับแต่วันที่เลิกกัน

(ถ้าไม่ดำเนินการมีความผิด ปรับผู้ชำระบัญชีไม่เกินห้าหมื่นบาท)

และต้องลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ว่าห้างหุ้นส่วนเลิกกัน พร้อมกับส่งจดหมายลงทะเบียนไปรษณีย์แจ้งไปยังเจ้าหนี้ทุกคน

(ถ้าไม่ดำเนินการมีความผิด ปรับผู้ชำระบัญชีไม่เกินแปดหมื่นบาท)

2.จัดทำงบการเงินส่งให้ผู้สอบบัญชีตรวจสอบและรับรองความถูกต้อง แล้วเรียกประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อรับรองให้ผู้ ชำระบัญชีเป็นผู้ชำระบัญชีต่อไปหรือจะแต่งตั้งผู้ชำระบัญชีใหม่และอนุมัติงบการเงิน

(ถ้าไม่ดำเนินการมีความผิด ปรับผู้ชำระบัญชีไม่เกินห้าพันบาท)

3.ถ้ามีการเปลี่ยนตัวผู้ชำระบัญชีใหม่หรือแก้ไขอำนาจผู้ชำระบัญชี หรือแก้ไขที่ตั้งสำนักงานของผู้ชำระบัญชี ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงด้วย การจดทะเบียนเปลี่ยนตัวผู้ชำระบัญชีหรือแก้ไขอำนาจผู้ชำระบัญชี ต้องไปจดทะเบียนภายใน 14 วัน นับจากวันที่ได้มีการเปลี่ยนตัวหรือวันลงมติ

(ถ้าไม่ดำเนินการมีความผิด ปรับผู้ชำระบัญชีไม่เกินห้าหมื่นบาท)

4.จัดทำรายงานการชำระบัญชียื่นต่อนายทะเบียนทุก 3 เดือน เพื่อแสดงความเป็นไปของบัญชีที่ชำระอยู่ และรายงานนี้ต้องเปิดเผยให้ผู้ถือหุ้นและเจ้าหนี้ทราบด้วย

(ถ้าไม่ดำเนินการมีความผิด ปรับผู้ชำระบัญชีไม่เกินห้าหมื่นบาท)

แต่หากการชำระบัญชีต้องใช้เวลานานกว่าหนึ่งปี ผู้ชำระบัญชีต้องเรียกประชุมผู้ถือหุ้นในเวลาทุกสิ้นปีนับแต่วันที่เริ่มทำการชำระบัญชีและทำรายงานต่อที่ประชุมว่าได้จัดการไปอย่างไร พร้อมทั้งบอกให้ทราบความเป็นไป
ของบัญชีโดยละเอียด

(ถ้าไม่เรียกประชุม ไม่ทำรายงาน หรือไม่แถลง มีความผิด ปรับผู้ชำระบัญชีไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท)

5.เมื่อผู้ชำระบัญชีได้ชำระบัญชีของบริษัทเสร็จสิ้นแล้ว ต้องทำรายงานสรุปการดำเนินการชำระบัญชีตั้งแต่ต้น แล้วเรียกประชุมใหญ่เพื่อเสนอรายงานและชี้แจงกิจการต่อที่ประชุม เมื่อที่ประชุมได้อนุมัติรายงานนั้น แล้วให้จัดทำคำขอไปยื่นจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีภายใน 14 วันนับแต่วันที่ประชุมอนุมัติรายงาน ซึ่งเมื่อได้จดทะเบียนแล้วถือว่าบริษัทนั้นสิ้นสภาพความเป็นนิติบุคคล

(ถ้าไม่เรียกประชุม ไม่ทำรายงาน ไม่ชี้แจง หรือละเลยไม่ไปจดทะเบียนมีความผิดปรับผู้ชำระบัญชีไม่เกินห้าหมื่นบาท)

ที่มา..สิ่งที่ต้องรู้เมื่อเป็นห้างหุ้นส่วนบริษัท

Continue Reading

0

ความหมายของห้างหุ้นส่วน

ห้างหุ้นส่วน คือ การที่บุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปตกลงทำการค้าร่วมกันเพื่อแสวงหากำไร และแบ่งผลกำไรจากการดำเนินกิจการนั้น ผู้เป็นหุ้นส่วนสามารถลงหุ้นด้วย เงิน ทรัพย์สิน หรือแรงงานก็ได้ ถ้าลงหุ้นด้วยทรัพย์สินหรือแรงงาน ต้องตีราคาเป็นจำนวนเงิน ห้างหุ้นส่วนมี 2 ประเภท คือ

  1. ห้างหุ้นส่วนสามัญ คือ ห้างหุ้นส่วนที่มีผู้เป็นหุ้นส่วนประเภทเดียว คือ หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด โดยหุ้นส่วนทุกคนต้องรับผิดร่วมกันในหนี้สินของห้างหุ้นส่วนทั้งหมด ห้างหุ้นส่วนสามัญจะจดทะเบียนหรือไม่ก็ได้  ถ้าจดทะเบียนจะเรียกว่า ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล และมีสภาพเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย
  2. ห้างหุ้นส่วนจำกัด คือ ห้างหุ้นส่วนที่มีหุ้นส่วน 2 ประเภท ได้แก่ หุ้นส่วนจำกัดความรับผิด จะมีคนเดียวหรือหลายคนก็ได้ รับผิดไม่เกินจำนวนเงินที่ตนลงหุ้นในห้างหุ้นส่วนจำกัด และหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดจะมีคนเดียวหรือหลายคนก็ได้ รับผิดร่วมกันในหนี้สินของห้างหุ้นส่วนทั้งหมด หุ้นส่วนผู้จัดการจะต้องเป็นหุ้นส่วนประเภทไม่จำกัดความรับผิด ห้างหุ้นส่วนจำกัดจะต้องจดทะเบียน ถ้าไม่จดทะเบียนถือว่าเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญ

เมื่อจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล หรือห้างหุ้นส่วนจำกัดแล้ว ห้างหุ้นส่วนจะมีสภาพเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายแยกต่างหากจากผู้เป็นหุ้นส่วน และได้รับเลขทะเบียนนิติบุคคล 13 หลัก ซึ่งสามารถใช้เป็นเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของกรมสรรพากรได้

สำหรับชื่อห้างหุ้นส่วน ถ้าจะนำชื่อไปใช้ในดวงตรา ป้ายชื่อ จดหมาย หรือเอกสารอย่างอื่นที่ใช้ในธุรกิจของห้างหุ้นส่วน ต้องมีคำว่า "ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล" หรือ "ห้างหุ้นส่วนจำกัด" ประกอบชื่อ ถ้าใช้เป็นอักษรต่างประเทศต้องใช้คำที่มีความหมายว่า "ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล" หรือ "ห้างหุ้นส่วนจำกัด" ประกอบชื่อ

ห้างหุ้นส่วนจำกัด-1

ต้องมีที่ตั้งสำนักงานซึ่งถือเป็นภูมิลำเนาของห้างหุ้นส่วนที่สามารถติดต่อได้ หากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าไม่สามารถติดต่อห้างหุ้นส่วนได้ จะระบุรายชื่อไว้บนเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (www.dbd.go.th) ว่าเป็นห้างหุ้นส่วนที่ไม่มีสำนักงานแห่งใหญ่ ณ ที่ตั้งตามที่จดทะเบียนไว้ เพื่อเป็นข้อมูลให้ประชาชนทราบต่อไป

การจัดทำบัญชี

ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด เป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี โดยจะให้หุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด นั้นๆ เป็นผู้ดำเนินการแทน ซึ่งหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 มีดังนี้

1.จัดทำบัญชีรายวัน บัญชีแยกประเภท บัญชีสินค้า และบัญชีประเภทอื่นตามความจำเป็นแก่การทำบัญชี โดยเริ่มตั้งแต่วันที่จดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วน

ห้างหุ้นส่วนจำกัด-2

2.ต้องจัดให้มีผู้ทำบัญชี เพื่อเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดทำบัญชีของห้างหุ้นส่วนซึ่งอาจเป็นพนักงาน ผู้รับจ้างทำบัญชีอิสระ หรือสำนักงานบริการรับทำบัญชี ซึ่งเป็นผู้ที่จบไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการบัญชีหรือเทียบเท่าเป็นผู้ทำบัญชี ยกเว้น ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ที่มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท มีสินทรัพย์รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท และมีรายได้รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท สามารถให้ผู้ที่จบไม่ต่ำกว่าอนุปริญญา หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ทางการบัญชีหรือเทียบเท่าเป็นผู้ ทำบัญชีก็ได้ ซึ่งห้างหุ้นส่วนจะต้องควบคุมดูแลผู้ทำบัญชีให้จัดทำบัญชีให้ตรงต่อความเป็นจริงและถูกต้องตามกฎหมาย

ห้างหุ้นส่วนจำกัด-3

3. ต้องส่งมอบเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชี ได้แก่ บันทึกหนังสือ หรือเอกสารใดๆ ที่ใช้เป็นหลักฐานในการลงรายการในบัญชี ให้แก่ ผู้ ทำบัญชีให้ครบถ้วนถูกต้อง เพื่อให้บัญชีที่จัดทำขึ้นสามารถแสดงผลการดำเนินงาน ฐานะการเงิน หรือการเปลี่ยนแปลงฐานะการเงินที่เป็นอยู่ตามความเป็นจริงและตามมาตรฐานการบัญชี

ห้างหุ้นส่วนจำกัด-4

4.ต้องปิดบัญชีครั้งแรกภายใน 12 เดือน นับแต่วันเริ่มทำบัญชี และปิดบัญชีทุกรอบ 12 เดือน นับแต่วันปิดบัญชีครั้งก่อน เว้นแต่ ได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนรอบปีบัญชีจากสารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชีแล้ว อาจปิดบัญชีก่อนครบรอบ 12 เดือนก็ได้

ห้างหุ้นส่วนจำกัด-5

5.จัดทำงบการเงิน ประกอบด้วย งบแสดงฐานะการเงิน งบกำไรขาดทุน หมายเหตุประกอบงบการเงิน งบการเงินเปรียบเทียบกับปีก่อน

ห้างหุ้นส่วนจำกัด-6

และต้องจัดให้มีผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบและแสดงความเห็นเว้นแต่ ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ที่มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท มีสินทรัพย์รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท และมีรายได้รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท ไม่ต้องมีผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบงบการเงิน อย่างไรก็ตามในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเ งินได้นิติบุคคล (ภงด. 50) ต่อกรมสรรพากร ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ที่มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท มีสินทรัพย์รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท และมีรายได้รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท ยังคงต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภงด. 50) พร้อมรายงานการตรวจสอบและรับรองบัญชีของผู้สอบบัญชีรับอนุญาตหรือผู้สอบบัญชีภาษีอากร ด้วย

ห้างหุ้นส่วนจำกัด-7

6.เมื่อผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบงบการเงินแล้ว ให้นำส่งงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ภายในห้าเดือนนับแต่วันปิดบัญชี

ห้างหุ้นส่วนจำกัด-8

7.ต้องเก็บรักษาบัญชีและเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีไว้ที่สำนักงานแห่งใหญ่ หรือสถานที่ที่ใช้ผลิตหรือเก็บสินค้าเป็นประจำ หรือสถานที่ที่ใช้เป็นที่ทำงานประจำ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี นับแต่วันปิดบัญชี เว้นแต่ จะได้รับอนุญาตจากสารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชีให้เก็บรักษาบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีไว้ ณ สถานที่อื่น แต่ถ้าบัญชีหรือเอกสารประกอบการลงบัญชีสูญหายหรือเสียหาย ต้องแจ้งสารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชี ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ทราบถึงการสูญหายหรือเสียหาย

ห้างหุ้นส่วนจำกัด-9

การเปลี่ยนแปลงรายการทางทะเบียน

เมื่อห้างหุ้นส่วนจะเปลี่ยนแปลงรายการทางทะเบียนไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ชื่อของห้างหุ้นส่วน ตัวผู้เป็นหุ้นส่วน หุ้นส่วนผู้จัดการ ข้อจำกัดอำนาจหุ้นส่วนผู้จัดการ ที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่และ/หรือสำนักงานสาขา วัตถุประสงค์ ตราของห้างหุ้นส่วน รายการอื่นๆ ที่เห็นสมควรจะให้ประชาชนทราบ ผู้เป็นหุ้นส่วนจะต้องตกลงให้ความยินยอมด้วยกันทุกคน แล้วให้หุ้นส่วนผู้จัดการยื่นขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมรายการที่เปลี่ยนแปลงนั้นต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท

การเปลี่ยนแปลงหุ้นส่วนผู้จัดการ ต้องไปยื่นจดทะเบียนภายใน 14 วัน นับจากวันที่มีการเปลี่ยนแปลง

การเลิกและชำระบัญชี

เมื่อมีความประสงค์จะเลิกห้างหุ้นส่วน ให้ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนทำข้อตกลงเลิกร่วมกันเพื่อกำหนดวันที่ต้องการเลิกห้างหุ้นส่วนและตั้งผู้ชำระบัญชีเพื่อทำหน้าที่ชำระสะสางทรัพย์สินและหนี้สินของห้างหุ้นส่วน จากนั้นให้เป็นหน้าที่ของผู้ชำระบัญชีในการดำเนินการ ดังนี้ี้

  1. จัดทำคำขอไปยื่นจดทะเบียนเลิกห้างหุ้นส่วนภายใน 14 วัน นับแต่วันที่เลิกและต้องลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ว่าห้างหุ้นส่วนเลิกกัน พร้อมกับส่งจดหมายลงทะเบียนไปรษณีย์แจ้งไปยังเจ้าหนี้ทุกคน
  2. จัดทำงบการเงินส่งให้ผู้สอบบัญชีตรวจสอบและรับรองความถูกต้อง แล้วเรียกประชุมผู้เป็นหุ้นส่วนเพื่อรับรองให้ผู้ชำระบัญชีเป็นผู้ชำระบัญชีต่อไป หรือจะแต่งตั้งผู้ชำระบัญชีใหม่ และอนุมัติงบการเงิน
  3. ถ้ามีการเปลี่ยนตัวผู้ชำระบัญชีใหม่ หรือแก้ไขอำนาจผู้ชำระบัญชี หรือแก้ไขที่ตั้งสำนักงานของผู้ชำระบัญชี ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงด้วย การจดทะเบียนเปลี่ยนตัวผู้ชำระบัญชีหรือแก้ไขอำนาจผู้ชำระบัญชี ต้องไปจดทะเบียนภายใน 14 วัน นับจากวันที่ได้มีการเปลี่ยนตัวหรือวันลงมติ
  4. จัดทำรายงานการชำระบัญชียื่นต่อนายทะเบียนทุก 3 เดือน เพื่อแสดงความเป็นไปของบัญชีที่ชำระอยู่ และรายงานนี้ต้องเปิดเผยให้ผู้เป็นหุ้นส่วนและเจ้าหนี้ทราบด้วย แต่หากการชำระบัญชีต้องใช้เวลานานกว่าหนึ่งปี ผู้ชำระบัญชีต้องเรียกประชุมผู้เป็นหุ้นส่วนในเวลาทุกสิ้นปีนับแต่วันที่เริ่มทำการชำระบัญชีและทำรายงานต่อที่ประชุมว่าได้จัดการไปอย่างไร พร้อมทั้งบอกให้ทราบความเป็นไปของบัญชีโดยละเอียด
  5. เมื่อผู้ชำระบัญชีได้ชำระบัญชีของห้างหุ้นส่วนเสร็จสิ้นแล้ว ต้องทำรายงานสรุปการดำเนินการชำระบัญชีตั้งแต่ต้น แล้วเรียกประชุมใหญ่ เพื่อเสนอรายงานและชี้แจงกิจการต่อที่ประชุม เมื่อที่ประชุมได้อนุมัติรายงานนั้นแล้วให้จัดทำคำขอไปยื่นจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีภายใน 14 วันนับแต่วันที่ประชุมอนุมัติรายงาน ซึ่งเมื่อได้จดทะเบียนแล้วถือว่าห้างหุ้นส่วนนั้นสิ้นสภาพความเป็นนิติบุคคล

ที่มา..คู่มือสิ่งที่ต้องเรียนรู้เมื่อเป็นห้างหุ้นส่วนบริษัท

Continue Reading

0

้อ

าถาม

อบ

1

ประเภทพาณิชยกิจ

การรับจ้างทําเครื่องประดับอัญมณี สามารถจดทะเบียนพาณิชย์ได้หรือไม่

การรับจ้างทําอัญมณีรวมถึงการรับจ้างทําของทุกชนิด กฎหมายยกเว้นไม่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์

2

การประกอบพาณิชยกิจค้าของเก่ารวมถึงการให้เช่าพระเครื่อง สามารถจดทะเบียนพาณิชย์ได้ หรือไม่

การให้เช่าพระเครื่องสามารถจดทะเบียนพาณิชย์ได้ โดยให้ระบุชนิดแห่งพาณิชยกิจเป็นการจําหน่าย พระเครื่อง สวนกรณีการประกอบพาณิชยกิจ ค้าของเก่า กฎหมายกําหนดให้ผู้ค้าจะต้องได้รับใบอนุญาต ประกอบกิจการค้าของเก่าจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย หากผู้ค้าจะดําเนินการขอจดทะเบียนพาณิชย์ ผู้ค้าจะแนบใบอนุญาตการประกอบ กิจการค้าของเก่าหรือไม่ก็ได้

3

การให้เช่าอาคารเป็นที่พักอาศัยหรือเป็นโกดังเก็บสินค้า สามารถจดทะเบียนพาณิชย์ได้หรือไม่

การให้เช่าอาคารเป็นที่พักอาศัยหรือโกดังเก็บสินค้าเป็นการให้เช่าทรัพย์สิน ซึ่งกฎหมายมิได้กําหนดให้ต้องจด ทะเบียนพาณิชย์ เว้นแต่ การให้เช่าห้องพักของโรงแรม สามารถขอจดทะเบียนพาณิชย์ ในส่วนของการให้เช่าอพาร์ทเมนท์เป็นรายวันหรือรายเดือน

หากมิได้มีสภาพเป็นโรงแรม ประกาศ กระทรวงพาณิชย์มิได้กําหนดให้ต้องจดทะเบียนพาณิชย์

4

งานบริการและงานรับจ้าง สามารถจดทะเบียนพาณิชย์ได้หรือไม่

งานบริการและงานรับจ้าง ประกาศกระทรวงพาณิชย์มิได้กําหนดให้ต้องจดทะเบียนพาณิชย์

5

การรับจองตั๋วเครื่องบิน และการเป็นตัวแทนขายกรมธรรมประกันชีวิต สามารถจดทะเบียนพาณิชย์ได้หรือไม่

การรับจองตั๋วเครื่องบินและการขายกรมธรรม์ประกันชีวิต ถือเป็นธุรกิจบริการ ไม่ถือเป็นพาณิชยกิจที่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์

6

การนําเข้าสัตว์เลี้ยงจากต่างประเทศเพื่อจําหน่าย สามารถจดทะเบียนพาณิชย์ได้หรือไม่

ประกาศกระทรวงพาณิชย์กําหนดให้ การจําหน่ายสินค้าที่มีราคาตั้งแต่ 20 บาทขึ้นไปจะต้องจดทะเบียนพาณิชย์ โดยมิได้พิจารณาถึงแหล่งที่มาของสินค้านั้นๆ ดังนั้นสามารถจดทะเบียนพาณิชย์ได้

7

การเป็นตัวแทนจําหน่ายสินค้าในแคตตาล็อสามารถระบุชนิดแห่งพาณิชยกิจอย่างไร

ระบุชนิดแห่งพาณิชยกิจการเป็นตัวแทนจําหน่าย…..(ระบุสินค้าที่จําหน่าย)…… ซึ่งคําว่า “ตัวแทนจําหน่าย” หมายถึง การที่ผู้จําหน่ายไม่มีสินค้าเป็นของตัวเอง มีหรือไม่มีหน้าร้านก็ได้เป็นการรับใบสั่งซื้อ

จากผู้สั่งซื้อและจําหน่ายสินค้าแทนเจ้าของสินค้า

8

ผู้ประกอบพาณิชยกิจระบุชนิดแห่งพาณิชยกิจเกินกว่าที่จะกรอกในแบบคําขอจดทะเบียน (แบบ ทพ.) และพิมพ์ในแบบฟอร์มใบทะเบียน

พาณิชย์ (แบบ พ.ค.0403) นายทะเบียนพาณิชย์ จะมีแนวทางปฏิบัติอย่างไร

แบบคําขอจดทะเบียนพาณิชย์ (แบบ ทพ.) ให้กรอกชนิดแห่งพาณิชยกิจเพิ่ม โดยให้กรอกเพิ่มเฉพาะข้อ (3)

ส่วนใบทะเบียนพาณิชย์ให้พิมพ์ชนิดแห่งพาณิชยกิจจนหมดบรรทัดแล้วใช้ (ฯ) ต่อท้าย หากผู้ประกอบพาณิชยกิจต้องการให้แสดงรายการที่ไม่มีปรากฏในใบทะเบียนพาณิชย์ ให้ขอคัดสําเนาแบบคําขอจดทะเบียนพาณิชย์ (แบบบ ทพ.) กับนายทะเบียนพาณิชย์ โดยเสียค่าธรรมเนยม 30 บาทต่อ 1 ชุด

9

การรับจํานําทะเบียนรถยนต์และการรับจํานําบัตรกดเงินสด (ATM) สามารถจดทะเบียนพาณิชย์ ได้หรือไม่

ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์กําหนดให้การประกอบพาณิชยกิจโรงรับจํานํา ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ ดังนั้น การรับจํานําอื่นๆไม่ต้องจดทะเบียน

10

พาณิชยกิจ รับเหมาก่อสร้างสามารถจดทะเบียนพาณิชย์ได้หรือไม่

การรับเหมาก่อสร้างเป็นงานรับจ้างทําของ กฏหมายยกเว้นไม่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ แต่หากผู้ ประกอบพาณิชยกิจขายวัสดุก่อสร้างด้วย ก็ให้จดทะเบียนพาณิชย์เฉพาะการขายวัสดุก่อสร้างได้ จะจดทะเบียนในลักษณะเป็นพาณิชยกิจพ่วง คือ ขายวัสดุก่อสร้างและรับเหมาก่อสร้างไม่ได้

11

การเขียนบทความเพื่อจําหน่าย สามารถจดทะเบียนพาณิชย์ได้หรือไม่

ไม่ได้ เนื่องจากไม่เข้าลักษณะการเป็นผู้ประกอบพาณิชยกิจ (การค้าปกติ)

12

สหกรณ์จะจดทะเบียนพาณิชย์ได้หรือไม่

สหกรณ์ ไม่อยู่ภายใต้บทบังคับของ พ.ร.บ.ทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 ตามมาตรา 7 จึงไม่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์

13

หาบเร่ แผงลอย ต้องจดทะเบียนพาณิชย์อย่างไร

หาบเร่แผงลอย ไม่อยู่ภายใต้บทบังคับของ พ.ร.บ.ทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 ตามมาตรา 7 จึงไม่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์

14

กรณีที่มีแหล่งค้าขายที่เป็นแผงถาวรในศูนย์การค้า ตองจดทะเบียนพาณิชย์หรือไม่

ถือเป็นหลักแหล่งถาวรต้องจดทะเบียนพาณิชย์ทั้งนี้ต้องระบุสถานที่ในการจดทะเบียนให้ชัดเจน

15

เหตุใดงานรับจ้างทําของ งานซ่อมบํารุง และงานบริการต่างๆ จึงไม่สามารถจดทะเบียนพาณิชย์ ได้

เนื่องจากประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง ให้ผู้ประกอบพาณิชยกิจต้องจดทะเบียนพาณิชย์ (ฉบับที่11) พ.ศ. 2553 ไม่ได้กําหนดให้งานรับจ้างทําของ งานซ่อมบํารุง และงานบริการต่างๆ เป็นพาณิชยกิจที่ต้องจดทะเบียน จึงได้รับการยกเว้นไม่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์

16

การขนส่งโดยรถยนต์ประจําทางตามประกาศกระทรวงพาณิชย์หมายถึงขนส่งประเภทใด

หมายถึงการขนส่งคนโดยสารที่มีการสัมปทานเดินรถโดยกําหนดเส้นทางที่แน่นอน กรณีขนส่งป้ายดํา มิใช่การขนส่งตามประกาศกระทรวงพาณิชย์

17

กรณีนิติบุคคลประสงค์ขอจดทะเบียนพาณิชย์ จําเป็นหรือไม่ที่ชนิดแห่งพาณิชยกิจต้อง ตรงตามวัตถุประสงค์ของหนังสือรับรองนิติบุคคล

การระบุชนิดแห่งพาณิชยกิจของนิติบุคลจะต้องตรงตามวัตถุประสงค์ที่จดทะเบียนของนิติบุคคล แต่ในกรณีเป็นวิธีการขาย เช่น การขายเครื่องสําอางผ่านระบบอินเทอร์เน็ต การขายผ่านระบบอินเทอร์เน็ต เป็นวิธีการขาย ถ้าวัตถุประสงค์ของนิติบุคคล ได้ระบุว่าประกอบกิจการค้าเครื่องสําอาง โดยไม่ได้ระบุวิธีว่าขายผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ก็สามารถจดทะเบียน พาณิชย์ได้

18

โพยก๊วน คืออะไร

คือเอกสารส่งเงินไปต่างประเทศ

19

การประกอบกิจการใดบ้างที่จะต้องมาจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิคส์

กิจการดังต่อไปนี้ต้องมาจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

1. การซื้อขายสินค้าหรือบริการ ผ่านเครือขาย อินเทอร์เน็ต

2. การบริการอินเทอร์เน็ต (Internet Service Provider : ISP)

3. ให้เช่าพื้นทของเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Web Hosting)

4. บริการเป็นตลาดกลางในการซื้อขายสินค้าหรือบริการผ่านเครือขายอินเทอร์เน็ต (e-Marketplace)

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ เว็บไซต์: http://www.dbd.go.th หัวข้อ “บริการกรม” เลือก “การส่งเสริมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์” เลือก “การสร้างความเชื่อมั่นในการประกอบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส”์ เลือก “คําแนะการจดทะเบียน”

20

ผู้ระกอบพาณิชยกิจ

ผู้ประกอบพาณิชยกิจเป็นบุคคลธรรมดา ประสงค์จะเพิ่มบุคคลเป็นหนส่วนสามารถกระทําได้ หรือไม่อย่างไร

 

ไม่สามารถทําได้ เนื่องจากผู้ประกอบพาณิชยกิจมี สถานะที่แตกต่างกัน สามารถดําเนินการได้ ดังนี้

1. จดทะเบียนเลิกพาณิชยกิจของบุคคลธรรมดา

2. จดทะเบียนจัดตั้งผู้ประกอบพาณิชยกิจเป็นคณะบุคคลหรือห้างหุ้นส่วนสามัญที่มิใช่นิติบุคคล

21

ขายสินค้าในงานเทศกาลประจําปีหรือขายผลไม้ตามฤดูกาล ต้องจดทะเบียนพาณิชย์หรือไม่

ผู้ประกอบพาณิชยกิจ หมายถึงผู้ประกอบกิจการค้าเป็นอาชีพปกติ ดังนั้น หากขายเฉพาะเวลามีงาน ประจําปีหรือขายตามฤดูกาล ไม่ถือเป็นการ ประกอบการค้าเป็นอาชีพปกติ จึงยกเว้นไม่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์

22

คนต่างด้าวที่ประกอบพาณิชยกิจในประเทศไทย สามารถจดทะเบียนพาณิชย์ได้หรือไม่

คนต่างด้าวที่จะประกอบธุรกิจในประเทศไทยได้ ต้องพิจารณาว่าเป็นธุรกิจที่ต้องได้รับอนุญาตให้คนต่างด้าวดําเนินการได้หรือไม่ตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2543 หากเป็นธุรกิจที่ต้องได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจ ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องแนบ

ใบอนุญาตการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวประกอบ คําขอด้วย ดังนั้นก่อนที่จะรบจดทะเบียนให้สอบถาม เจ้าหน้าที่สํานักบริหารการประกอบธุรกิจของคนต่าง ด้าว โทร. 0-2547-4425-26

สําหรบคนต่างด้าวสัญชาติอเมริกันนั้นสามารถประกอบกิจการได้โดยไม่ต้องขอรับอนุญาตก่อน เนื่องจากประเทศไทย ได้ทําสนธิสัญญาระหว่างประเทศไทยกับสหรัฐอเมริกา ซึ่งการพิจารณาสัญชาติของบุคคลสามารถพิจารณาได้จากหนังสือเดินทางหรือ สอบถามไปยังสถานทูต ส่วนการกําหนดเลขทะเบียนให้ใช้เลขทะเบียนตามที่กําหนดตามคําสั่งสํานักงานกลางทะเบียนพาณิชย์ที่ 1/2553 ซึ่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้กําหนดเลขทะเบียนดังกล่าวและ ส่งให้สํานักงานทะเบียนพาณิชย์เทศบาล/อบต. แล้ว

23

กฎหมายกาหนดให้ผู้เยาว์อายุเท่าไร สามารถจดทะเบียนพาณิชย์ได้

จะต้องมีอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป และต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม โดยเทียบเคียงระเบียบฯ การจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัท

24

ื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชิจ

ในการจดทะเบียนพาณิชย์ หากผู้ขอจดทะเบียนไม่ระบุชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจได้ หรือไม่

 

กฏหมายว่าด้วยทะเบียนพาณิชย์ได้กําหนดให้ชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจเป็นรายการจดทะเบียน ที่บังคับให้ผู้ประกอบพาณิชยกิจต้องแจ้งไว้ในรายการจดทะเบียน กรณีไม่มีชื่อหรือไม่ได้ตั้งชื่อไว้ ให้ใช้ชื่อของผู้ประกอบพาณิชยกิจเป็นชื่อร้าน

25

ชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจ สามารถจดทะเบียนซ้ากันได้หรือไม่

ได้ไม่มีกฎหมายห้าม อย่างไรก็ตาม แนวทางการพิจารณาในเรื่องนี้ให้นําระเบียบสํานักงานทะเบียน หุ้นส่วนบริษัทกลาง ว่าด้วยการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วน บริษัทเกี่ยวกับเรื่องชื่อมาใช้บังคับโดยอนุโลม (ดูคู่มือการปฏิบัติงานสําหรับนายทะเบียนพาณิชย์และ พนักงานเจ้าหน้าที่ บทที่ 3 )

26

เมื่อจดทะเบียนพาณิชย์แล้ว ต่อมาผู้ประกอบพาณิชยกิจต้องการเปลี่ยนชื่อร้านสามารถทําได้ หรือไม่

ได้ โดยให้ยืนจดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อพาณิชยกิจ

27

ในกรณีผู้ประกอบพาณิชยกิจไม่ระบุชื่อที่ใช้ในการประกอบกิจการ นายทะเบียนจะออกใบ ทะเบียนพาณิชย์ (แบบ พ.ค.0403) ให้อย่างไร

ในใบทะเบียนพาณิชย์ (แบบ พ.ค.0403) ให้ระบุชื่อผู้ประกอบพาณิชยกิจ เป็นชื่อที่ใช้ในการประกอบกิจการ

28

ประกอบกิจการในรูปแบบห้างหุ้นส่วนสามัญ แต่จะไม่ระบุคําว่า “ห้างหุ้นส่วนสามัญ” ไว้หน้าชื่อ ห้างได้หรือไม่

จะระบุคําว่า “ห้าง” หรือ “ห้างหุ้นส่วน” หรือ “ห้างหุ้นส่วนสามัญ” ไว้หน้าชื่อก็ได้ หรือไม่ระบุก็ได้

29

ผู้ประกอบพาณิชยกิจที่มิได้จดทะเบียนจัดตั้งเป็นห้างหุ้นส่วน จะใช้ชื่อในการประกอบพาณิชยกิจ เป็นห้างหุ้นส่วนได้หรือไม่

กฎหมายไมได้ห้ามไว้ แต่เนื่องจากไม่มีสภาพเป็นห้างหุ้นส่วนจึงไม่สมควรที่จะใช้คําว่าห้างหุ้นส่วนหน้าชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจ เพราะจะทําให้บุคคลอื่นเข้าใจผิดได้

30

ักงานแห่งใหญ่ / สํานักงานสาขา

ที่ตั้งสํานักงานแห่งใหญ่แห่งเดียวกันสามารถ จดทะเบียนพาณิชย์เป็นหลายพาณิชยกิจได้หรือไม่

แนวทางปฏิบัติให้ผู้ประกอบพาณิชยกิจจัดแบ่ง พื้นที่ของแต่ละร้านให้เป็นสัดส่วนชัดเจนและปิดป้ายในแต่ละส่วนที่เป็นร้านค้าก็สามารถขอจดทะเบียนพาณิชย์ได้

31

สํานักงานสาขาสามารถจําหน่ายสินค้าแตกต่างจากสํานักงานแห่งใหญ่ได้หรือไม่

ผู้ประกอบพาณิชยกิจจดทะเบียนพาณิชยกิจประเภทใดต้องประกอบกิจการค้าตามที่ขอจดทะเบียนไว้

32

ผู้ประกอบพาณิชยกิจต้องการเพิ่มสาขาจะดําเนินการอย่างไรและะระบุชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจอย่างไร

กรณีที่ผู้ประกอบพาณิชยกิจต้องการจดทะเบียนเพิ่มสาขา หรือย้ายสาขา โดยสํานักงานแห่งใหญ่อยู่ในท้องที่ใดให้ขอจดทะเบียนพาณิชย์ ณ สํานักงานทะเบียนพาณิชย์ท้องที่นั้น เนื่องจากถือว่าเป็นการจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติม

ชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจให้ระบุชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจเดิม แล้ววงเล็บ “สาขา” ต่อท้ายชื่อ

กรณีที่ผู้ประกอบพาณิชยกิจมีสํานักงานสาขา แต่ต้องการจดทะเบียนสํานักงานสาขานั้นเป็นสํานักงานแห่งใหญ่อีกแห่ง ก็สามารถจดทะเบียนพาณิชย์(ตั้งใหม่) ได้ แต่ให้ถือว่าสํานักงานที่ตั้งใหม่ไม่ได้เป็นสํานักงานสาขาของร้านเดิม

33

ผู้ประกอบพาณิชยกิจต้องการจดทะเบียนย้ายสํานักงานแห่งใหญ่ไปตั้งอยู่ ณ เขตท้องที่ของ เทศบาลหรืออบต.อื่น สามารถทําได้หรือไม่

ได้ โดยให้ยื่นคําขอจดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงสํานักงานแห่งใหญ่ ณ เทศบาลหรืออบต. ที่สํานักงานแห่งใหญ่ของร้านค้านั้นตั้งอยู่ และเมื่อนายทะเบียน รับจดทะเบียนแล้ว ให้จัดส่งคำขอจดทะเบียนพร้อมแฟ้มทะเบียนไปยังเทศบาล/อบต.ที่ผู้ประกอบพาณิชยกิจนั้นย้ายไป

สําหรับเทศบาล/อบต.ที่ได้รับโอนแฟ้มทะเบียนเมื่อได้รับแฟ้มทะเบียนแล้ว ให้มีหนังสือแจ้งไปยังผู้ประกอบพาณิชยกิจตามที่ตั้งใหม่ ว่าหากผู้ประกอบพาณิชยกิจจะยื่นจดทะเบียนหรือขอตรวจหรือคัด สําเนาเอกสารก็ให้ติดต่อที่เทศบาล/อบต.ที่รับโอนแฟ้ม

34

การเปลี่ยนแปลงที่ตั้งสํานักงานแห่งใหญ่จะต้องจดทะเบียนเลิกประกอบพาณิชยกิจก่อน หรือไม่

การเปลี่ยนแปลงที่ตั้งสํานักงานแห่งใหญ่ สามารถดําเนินการขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงรายการที่ตั้งสํานักงานแห่งใหญ่ได้เลย โดยไม่ต้องเลิกประกอบ พาณิชยกิจเดิม

35

อํานาจหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าี่และนายทะเบียนพาณิชย

เจ้าหน้าทของเทศบาล/อบต. ต้องการทําบัตรประจําตัวพนักงานเจ้าหน้าที่และนายทะเบียน พาณิชย์ สามารถติดต่อทําบัตรได้ที่ไหน

ให้เจ้าหนาที่ใช้บัตรประจําตัวที่เทศบาลหรืออบต. ออกให้ ประกอบกับคําสั่งของเทศบาลหรืออบต.แต่งตั้ง เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่และนายทะเบียนพาณิชย์ และประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การตั้งสํานักงาน ทะเบียนพาณิชย์ แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่และนาย ทะเบียนพาณิชย์ (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2553

36

ผู้ประกอบพาณิชยกิจขอจดทะเบียนพาณิชย์เพื่อไปขอสินเชื่อกับสถาบันการเงิน กรณีดังกล่าว นายทะเบียนพาณิชย์สามารถออกตรวจสถานประกอบการก่อนการรับจดทะเบียนพาณิชย์หรือไม่

หากมีเหตุอันควรสงสัยก็สามารถขอออกตรวจสถานประกอบการก่อนได้ โดยอาศัยอํานาจตาม พ.ร.บ. ทะเบียนพาณิชย์ มาตรา 17

37

พนักงานเจ้าหน้าที่และนายทะเบียนพาณิชย์มีอํานาจหน้าที่อย่างไร

พนักงานเจ้าหน้าที่ มีอํานาจหน้าที่ ดังนี้

1. เข้าไปทําการตรวจสอบในสํานักงานของผู้ประกอบ พาณิชยกิจในระหว่างเวลาทํางานได้ (พ.ร.บ. ทะเบียนพาณิชย์ มาตรา 17)

2. ให้ตรวจดูหรือคัดสําเนาและรับรองสําเนาเอกสารเกี่ยวกับการจดทะเบียนพาณิชย์ เมื่อมีผู้ร้องขอและได้เสียค่าธรรมเนียมตามที่กําหนดไว้ในกฎกระทรวง (พ.ร.บ. ทะเบียนพาณิชย์ มาตรา 18)

นายทะเบียนพาณิชย์ มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

1. รับจดทะเบียนพาณิชย์และออกใบทะเบียนพาณิชย์ ให้แกผ่ ู้ขอจดทะเบียน (พ.ร.บ. ทะเบียนพาณิชย์ มาตรา 14)

2. ออกคําสั่งเรียกผู้ประกอบพาณิชยกิจสอบสวนข้อความอันเกี่ยวกับการจดทะเบียน

3. เข้าไปทําการตรวจสอบในสํานักงานของผู้ประกอบพาณิชยกิจในระหว่างเวลาทํางานได้ (พ.ร.บ. ทะเบียนพาณิชย์ มาตรา 17)

38

การออกตรวจสถานประกอบการของผู้ประกอบพาณิชยกิจ ดําเนินการในกรณีใด

กฎหมายทะเบียนพาณิชย์ไม่ได้กําหนดสาเหตุของการออกตรวจสถานประกอบการของผู้ประกอบพาณิชยกิจ ดังนั้น พนักงานเจ้าหน้าที่และนายทะเบียนพาณิชย์สามารถออกตรวจได้ทุกกรณี เช่น ออกตรวจเพื่อให้คําแนะนําแก่ผู้ประกอบการ ออกตรวจเพื่อตรวจสอบว่าผู้ประกอบการได้จดทะเบียนพาณิชย์ ถูกต้องหรือไม่

ทั้งนี้ พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจําตัวที่ หน่วยงานออกให้ พร้อมคําสั่งแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ และนายทะเบียนพาณิชย์ ประกอบกับประกาศ กระทรวงพาณิชย์ เรื่องการตั้งสํานักงานทะเบียน พาณิชย์ แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่และนายทะเบียน พาณิชย์ (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2553

39

กฎหมายกาหนดให้สามารถออกตรวจสถานประกอบการในเวลาทําการ คําว่า “เวลาทําการ” หมายถึงเวลาใด

หมายถึงเวลาทําการของสถานประกอบการนั้น ตั้งแต่เวลาเปิดร้านจนถึงเวลาปิดร้าน

40

หลังจากออกตรวจสถานประกอบการ พบว่าผู้ประกอบพาณิชยกิจไม่ได้จดทะเบียนพาณิชย์ เห็น ควรดําเนินการอย่างไร

แจ้งให้ผู้ประกอบพาณิชยกิจ ไปดําเนินการจดทะเบียนพาณิชย์ภายใน 30 วัน หากไม่ดําเนินการ สามารถดําเนินคดีตามกฎหมายได้ โดยให้รวบรวมหลักฐานแล้วแจ้งความต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ดําเนินคดี

41

าขอละเอกสารการจดทะเบยน

กรณีที่ผู้ประกอบพาณิชยกิจขายหรือให้บริการ ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต มีหลายเว็บไซต์ จะกรอก รายละเอียดเว็บไซต์อย่างไร

ให้กรอกรายละเอียดเว็บไซต์ในเอกสารแนบแบบ ทพ.เว็บไซต์ละ 1 แผ่น

42

การกรอกคําขอจดทะเบียนพาณิชย์ (แบบ ทพ.) ในส่วนของการลงลายมือชื่อผู้ประกอบการ พาณิชยกิจหากผู้ประกอบการพาณิชยกิจมีสถานะเป็นนิติ บุคคลจําเป็นจะต้องประทับตรา หรือไม่ อย่างไร

1. กรณีที่เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล/ห้างหุ้นส่วนจํากัดต้องประทับตรา

2. กรณีเป็นบริษัทจํากัด หากกําหนดว่าการลงลายมือชื่อกรรมการต้องประทับก็ให้ประทับตราบริษัท ด้วย

43

คําร้องทั่วไปใช้ในกรณีใด

ใช้สําหรับร้องขอให้นายทะเบียนแก้ไขในเรื่องอื่นๆ ที่ไม่ต้องจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงรายการ เช่น การ เปลี่ยนคําหน้านาม ชื่อ ชื่อสกุล ของผู้ประกอบพาณิชย กิจ หรือกรณีททางราชการเปลี่ยนชื่อถนน หรือแบ่ง เขตการปกครองใหม่ โดยผู้ประกอบพาณิชยกิจไม่ได้ ย้ายสํานักงาน หรือการเปลี่ยนสัญชาติโดยได้รับ อนุญาตจากทางราชการแล้ว

44

ใบร้านค้าลิขสิทธใช้ในกรณีใด

ใช้ในกรณีที่ขายหรือให้เช่า แผ่นซีดี แถบบันทึกวีดิทัศน์ แผ่นวิดีทัศน์ ดีวีดี หรือแผ่นวีดิทัศน์ระบบ ดิจิทัลเฉพาะที่เกี่ยวกับการบันเทิงเท่านั้น

45

ด้านหลังใบสินค้าลิขสทธิ์ที่ออกให้โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ จะต้องระบุ รายละเอียดอย่างไร

1. ชื่อผู้ประกอบพาณิชยกิจ

2. ชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจ

3. ทะเบียนเลขที่

4. คําขอที่

46

ผู้ประกอบพาณิชยกิจมอบอํานาจให้บุคคลอื่น มาดําเนินการขอจดทะเบียนพาณิชย์ ได้หรือไม่

ได้ โดยใหจัดทําหนังสือมอบอํานาจให้บุคคลอื่นดําเนินการแทน และปิดอากรแสตมป์ จํานวน 10 บาท

47

หนังสือมอบอํานาจต้องมีผู้เป็นพยานจํานวนเท่าใดจึงจะมีผลทางกฎหมาย

กฎหมายไม่ได้กําหนดจํานวนพยานในการทําหนังสือมอบอํานาจ

48

การขอตรวจและคัดาเนาเอกสาร

ประชาชนทั่วไปสามารถขอตรวจเอกสารและ ขอคัดสําเนาเอกสารเกี่ยวกับการจดทะเบียน พาณิชย์ได้หรือไม่ จะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของ กิจการหรือไม่

ประชาชนทั่วไปสามารถขอตรวจและคัดสําเนาเอกสารเกี่ยวกับเอกสารการจดทะเบียนพาณิชย์ได้ เมื่อได้เสียค่าธรรมเนียมตามที่กําหนดไว้กฎกระทรวงโดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของกิจการก่อน อัตราค่าธรรมเนียมในการตรวจ รายละ 20 บาท

อัตราค่าธรรมเนียมในการรับรองสําเนาเอกสาร ชุดละ 30 บาท (1 คําขอจดทะเบียนพร้อมเอกสารประกอบ คิดเป็น 1 ชุด) (พ.ร.บ. ทะเบียนพาณิชย์ 2499 มาตรา 18)

49

การขอตรวจดูเอกสาร การขอคัดและรับรองสําเนาเอกสารพนักงานเจ้าหน้าที่สามารถรบรอง สําเนาเอกสารแทนนายทะเบียนพาณิชย์ได้หรือไม่

ตาม พ.ร.บ.ทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 มาตรา 18 ได้ให้อํานาจพนักงานเจ้าหน้าที่รับรองสําเนาเอกสารเกี่ยวกับการจดทะเบียนพาณิชย์

50

ใบะเยนพาณิชย์ /ใบแทน

ผู้ประกอบพาณิชยกิจมีสถานประกอบพาณิชยกิจและมีการจาหน่ายสินค้าบนหน้าเว็บไซต์ร่วม ด้วย นายทะเบียนพาณิชย์จะออก ใบทะเบียนพาณิชย์อย่างไร

นายทะเบียนพาณิชย์ออกใบทะเบียนพาณิชย์ตาม ความเป็นจริง โดยระบุชนิดแห่งพาณิชยกิจที่จําหน่ายร่วมกับการซื้อขายสินค้าหรือบริการโดยวิธีการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต

51

ใบทะเบียนพาณิชย์มีกําหนดระยะเวลาหมดอายุหรือไม่

ใบทะเบียนพาณิชย์ไม่ได้มีการกําหนดระยะเวลาหมดอายุ กล่าวคือ ใบทะเบียนพาณิชย์ใช้ได้จนกว่าผู้ประกอบพาณิชยกิจจะเลิกประกอบกิจการ

52

ใบทะเบียนพาณิชย์สูญหาย นายทะเบียนพาณิชย์ได้ออกใบแทนให้เรียบร้อยแล้ว หากผู้ประกอบพาณิชยกิจประสงค์จะขอเปลี่ยนแปลง รายการทะเบียนพาณิชย์ จําเป็นจะต้องประทับตรา คําว่า “ใบแทน” อีกหรือไม่

ถือว่าเป็นการยื่นจดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลง ให้ออกใบทะเบียนพาณิชย์ให้ใหม่โดยไม่ต้อง ประทับตราคําว่า “ใบแทน” อีก

53

การออกใบแทนทะเบียนพาณิชย์ มีแนวทางปฏิบัติอย่างไร

การออกใบแทน ฯ กระทําได้ในกรณีที่ ใบทะเบียนพาณิชย์สูญหาย ซึ่งการลงรายละเอียดในใบทะเบียนพาณิชย์จะเหมือนฉบับเดิมทุกประการ เว้นแต่วันที่ออกใบแทนจะต้องเป็นวันที่ปัจจุบันที่นายทะเบียนได้ดําเนินการออกใบแทนให้กับผู้ประกอบพาณิชยกิจ หากใบทะเบียนพาณิชย์ฉบับเดิมสูญหาย และเลขทะเบียนพาณิชย์มิได้เป็นเลขตามบัตรประจําตัว ประชาชน ห้ามมิให้นายทะเบียนฯเปลี่ยนแปลงเลข ทะเบียนพาณิชย์ให้เป็นเลขตามบัตรประจําตัว ประชาชน

54

ใบทะเบียนพาณิชย์สูญหาย หรือชํารุดเสียหายผู้ประกอบพาณิชยกิจจะต้องดําเนินการอย่างไร

ให้ผู้ประกอบพาณิชยกิจขอให้นายทะเบียนพาณิชย์ออกใบแทนใบทะเบียนพาณิชย์ โดยใช้แบบบริการ ข้อมูลธุรกิจ และไม่ต้องแนบใบแจ้งความ แต่ให้นายทะเบียนบันทึกถ้อยคําไว้ในคําร้องไว้เป็นหลักฐาน เนื่องจากนายทะเบียนพาณิชย์เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ สามารถรับแจงกรณีใบทะเบียนพาณิชย์หายได้

55

อื่นๆ

ผู้ประกอบพาณิชยกิจระบุวันที่เริ่มต้นประกอบพาณิชยกิจในประเทศไทยเกินกว่า 30 วัน นับแต่วันที่ขอจดทะเบียนพาณิชย์ สามารถขอจดทะเบียนพาณิชย์ได้หรือไม่ และหากขอจดทะเบียนพาณิชย์ได้ นายทะเบียนพาณิชย์ควรระบุวันที่ออกใบทะเบียนพาณิชย์อย่างไร

ผู้ประกอบพาณิชยกิจสามารถระบุวันที่เริ่มต้นประกอบพาณิชยกิจในประเทศไทยย้อนหลังตามที่ ข้อเท็จจริงได้ แต่นายทะเบียนพาณิชย์สามารถรับจดทะเบียนให้ ณ วันที่ชําระค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน โดยให้ระบุวันที่ได้จดทะเบียนพาณิชย์ในใบทะเบียนพาณิชย์ (แบบ พ.ค. 0403) เป็นวันเดียวกับที่ชําระค่าธรรมเนียม ไม่สามารถรับจดทะเบียนย้อนหลังได้

56

ห้างหุ้นส่วนสามัญประสงค์จะขอเปลี่ยนแปลงหุ้นส่วนใหม่ทั้งหมด สามารถกระทําได้หรือไม่

ห้างหุ้นส่วนสามัญประสงค์จะขอเปลี่ยนแปลงหุ้นส่วนใหม่ทั้งหมดสามารถทำได้ โดยขอจดทะเบียน เปลี่ยนแปลงหุ้นส่วน พร้อมแนบเอกสารชี้แจงการ เปลี่ยนแปลงหุ้นส่วน ในกรณีนี้จะต้องเปลี่ยนแปลง หุ้นส่วนผู้จัดการด้วย

57

ผู้ประกอบพาณิชยกิจต้องการโอนกิจการให้แก่บุคคลอื่นสามารถกระทําได้หรือไม่

การจดทะเบียนพาณิชยกิจถือเป็นเรื่องเฉพาะตัวบุคคล ไม่สามารถโอนกิจการให้บุคคลอื่นได้ หากประสงค์จะโอนกิจการ ให้ผู้ประกอบพาณิชยกิจรายเดิมยื่นจดทะเบียนเลิกก่อน แล้วให้ผู้ประกอบพาณิชยกิจรายใหม่จดทะเบียนตั้งใหม่ โดยให้ระบุไว้ในข้อ 9

ในคําขอจดทะเบียน (แบบ ทพ.) ว่ารับโอนกิจการนี้ จาก “ระบุชื่อผู้ประกอบพาณิชยกิจรายเดิม” ทั้งนี้จะยื่นจดทะเบียนพร้อมกันในวันเดียวกันก็ได้ แต่ให้ยื่นจดทะเบียนเลิกก่อนแล้วจึงจดทะเบียนตั้งใหม่

58

การจดทะเบียนพาณิชย์ของนิติบุคคลต่างประเทศบุคคลใดเป็นผู้รบรองเอกสารที่นํามายื่น ประกอบการขอจดทะเบียนพาณิชย์

ตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 26 กําหนดให้ เอกสารที่ยื่นต่อเจ้าหน้าที่ให้จัดทําเป็นภาษาไทย ถ้าเป็นเอกสารที่ทําขึ้นเป็นภาษาต่างประเทศให้จัดทําคําแปลเป็น

ภาษาไทยที่มีการรับรองความถูกต้องมายื่นภายใน ระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่กําหนด

ข้อ 1 การรับรองความถูกต้องของคําแปลเป็นภาษาไทยให้กระทําโดย

(1) คนไทยที่จบการศึกษาในระดับที่ไม่ต่ํากว่า ปริญญาตรีในหลักสูตรทใช้ภาษาที่ปรากฏ ในเอกสาร นั้นเป็นภาษาในการเรียนการสอน

(2) อาจารย์ในสถาบันการศึกษา ระดับอุดมศึกษา และเป็นผู้สอนภาษาที่ปรากฏใน เอกสารนั้น ในสถาบันการศึกษาดังกล่าว

(3)สถานทูตหรือสถานกงสุลต่างประเทศที่ ตั้งอยู่ในประเทศไทย โดยประเทศนั้นใช้ภาษาที่ปรากฏ ในเอกสารนั้นเป็นภาษาราชการ

(4) สถานทูตหรือสถานกงสุลไทยใน ต่างประเทศ

ข้อ 2 เจ้าหน้าที่จะยอมรับเอกสารที่ทําขึ้นเป็นภาษาต่างประเทศ โดยไม่ต้องให้จัดทําคําแปลเป็น ภาษาไทยได้ในกรณีดังต่อไปนี้

(1) เจ้าหน้าที่นั้นเห็นว่าตนสามารถเข้าใจภาษาดังกล่าวได้

(2)เจ้าหน้าที่นั้นมีผู้ร่่วมงานที่มีความรู้ในภาษาดังกล่าว

59

ผู้ประกอบพาณิชยกิจประสงค์จะขอจดทะเบียนเลิกประกอบพาณิชยกิจ แต่ใบทะเบียนพาณิชย์สูญหาย และไม่มีการคัดรับรองสําเนาใดๆ เป็นหลักฐานมาแสดง กรณีนี้จะมีแนวทาง ปฏิบัติอย่างไร

1. นายทะเบียนพาณิชย์จะต้องดําเนินการสืบค้นแฟ้มทะเบียนหรือต้นขั้วใบทะเบียนพาณิชย์ เพื่อเป็นหลักฐานว่าได้จดทะเบียนพาณิชย์ไว้ และบันทึกถ้อยคําของผู้ประกอบพาณิชยกิจในคําร้องไว้เป็นหลักฐาน

2. ดําเนินการพิจารณาจดทะเบียนเลิก

61

ผู้ประกอบพาณิชยกิจเสียชีวิต จะมีแนวทางปฏิบัติอย่างไรบ้าง

ดําเนินการจดทะเบียนเลิกประกอบพาณิชยกิจโดยให้ทายาทหรือผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการมรดก เท่านั้น เป็นผู้ดําเนินการ

62

นายทะเบียนพาณิชย์มีอํานาจพิจารณาคําขอจดทะเบียนพาณิชย์ภายในกี่วัน

กฎหมายไม่ได้กําหนดระยะเวลาไว้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการกําหนดระยะเวลาและขั้นตอนการปฏิบัติราชการ ของแต่ละหน่วยงานที่กําหนดไว้ สําหรับงานจดทะเบียนพาณิชย์ไม่ได้เป็นงานที่มีความยุ่งยากซับซ้อน ดังนั้นการพิจารณาคําขอจดทะเบียนจึงไม่ควรเกิน 30 นาที

63

การดําเนินคดีตามพระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 มีแนวทางปฏิบัติอย่างไร

พ.ร.บ.ทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 มิได้ให้อํานาจแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ในการเปรียบเทียบปรับ ดังนั้น หากพบข้อเท็จจริงแน่ชัดว่าผู้ประกอบพาณิชยกิจมีความผิด ให้รวบรวมหลักฐานแล้วร้องทุกข์ ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อทําการเปรียบเทียบปรับต่อไป

64

ผู้ประกอบพาณิชยกิจเลิกประกอบการแล้ว แต่ไม่มาดําเนินการจดทะเบียนเลิก ฯ จะมผลทางกฎหมายอย่างไร

หากไม่ยื่นจดทะเบียนเลิกภายใน 30 วัน ตามมาตรา 13 แห่ง พ.ร.บ.ทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท และปรับต่อเนื่องอีกไม่เกินวันละ 100 บาท ตามมาตรา 19 จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง

65

จํานวนเงินทุนจดทะเบียนพาณิชย์ มีการจํากัดวงเงินหรือไม่ อย่างไร

ไม่จํากัด

66

การยื่นจดทะเบียนพาณิชย์ ได้ ณ สถานที่ใด

ผู้ประกอบพาณิชยกิจที่สํานักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในเขตเทศบาล หรือ อบต.ใด ให้ยื่นจดทะเบียนพาณิชย์ ณ เทศบาล หรือ อบต.นั้น

Continue Reading

shared on wplocker.com