W3vina.COM Free Wordpress Themes Joomla Templates Best Wordpress Themes Premium Wordpress Themes Top Best Wordpress Themes 2012
59

บริษัทต่างประเทศ ที่จะเข้ามาลงทุน ประกอบธุรกิจ ในบ้านเรา มักมีคำถามคล้ายๆ กันว่า รูปแบบองค์กรที่เหมาะสม ควรจัดตั้งในรูปแบบใด (จึงประหยัดภาษี)

ในภาพกว้างๆ คงสรุปรูปแบบหลักๆ ได้ 5 ประเภท

  1. จดทะเบียน จัดตั้งเป็นบริษัทใหม่ ในประเทศไทย (2)
  2. เปิดสาขาในไทย
  3. ตั้งเป็นกิจการร่วมค้า (Joint Venture)
  4. ตั้งตัวแทนจำหน่าย (Distributor)
  5. ตั้งสำนักผู้แทน (Representative Office)

ถามว่ารูปแบบใดดีกว่ากัน?
คงต้องมองกัน ในหลายแง่มุม และว่ากันยาวซะแล้ว!

1. การจดทะเบียน จัดตั้งบริษัทขึ้นมาใหม่ แนวทางนี้ จะเสมือนเป็นการ เข้ามาปักรากปักฐานอยู่นาน

ตัวอย่างเช่น บริษัท ยูโนแคล (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับสัมปทานขุดเจาะสำรวจ และผลิตปิโตรเลียม ในอ่าวไทยเป็นเวลา 30 ปี

บริษัท โตโยต้า (ประเทศไทย) จำกัด เข้ามาตั้งฐาน การผลิตรถยนต์ที่ กบินทร์บุรี เพื่อส่งออกและจำหน่าย ในประเทศไทย เป็นต้น

การเลือกตัดสินใจ ลงทุนในระยะยาว ในประเทศใด ประเทศหนึ่ง เช่นนี้ มีเหตุผลปัจจัย หลายประการ อาทิ เสถียรภาพทางการเมือง โครงสร้างพื้นฐาน ที่เอื้อต่อการลงทุน อัตราค่าจ้างแรงงาน การควบคุมการไหลเข้าออก ของเงินตราต่างประเทศ และภาระภาษีอากร เป็นต้น

กล่าวในแง่ของภาษีอากร ข้อดีของการจัดตั้งบริษัทขึ้นใหม่ จะมีผลให้บริษัทใหม่ มีสถานะเป็น คนละหน่วยภาษี (tax entity) กับบริษัทแม่ ในต่างประเทศ ดังนั้น รายจ่ายต่างๆ ที่บริษัทแม่ในต่างประเทศ เรียกเก็บจากบริษัทในเครือ ในประเทศไทย จึงสามารถนำมาหัก เป็นรายจ่ายในประเทศไทย ได้ทั้งจำนวน ทำให้กำไรสุทธิ ในไทยลดลง และเสียภาษีเงินได้ นิติบุคคลต่ำลง เช่นกัน

ตัวอย่างของรายจ่าย ที่คัดมาจากสำนักงานใหญ่ ได้แก่ ค่าที่ปรึกษาทางเทคนิค ดอกเบี้ยเงินกู้ยืม เงินเดือนค่าจ้าง ของผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศ ที่ถูกส่งเข้ามาช่วยเหลือ หรือช่วยปฏิบัติงานต่างๆ ในประเทศไทย เป็นต้น กรณีดังกล่าว จึงเป็นช่องทางหนึ่ง ที่ใช้เป็นเครื่องมือ ในการถ่ายโอนกำไร ออกจากประเทศไทย โดยปลอดจากภาระภาษี โดยเฉพาะในกรณีที่อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลที่เหลื่อมล้ำกันของทั้ง 2 ประเทศคู่ค้า

แต่ข้อเสียของรูปแบบองค์กรใ นลักษณะนี้ก็คือ จะต้องมีการชำระบัญชี เมื่อเลิกกิจการ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุ ให้ถูกออกหมายเรียก ทำการตรวจสอบภาษีได้ ซึ่งหลายบริษัท ต้องน้ำตาตก ในการถูกปรับภาษีเพิ่มเติม ในตอนจบนี่แหละ!

2. เปิดเป็นสาขา หรือสำนักงานชั่วคราวในไทย

กรณีนี้ก็คือ การประกอบกิจการ ในประเทศไทย ตามนัยมาตรา 76 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร โดยการขออนุญาต ประกอบกิจการในไทย ในช่วงระยะเวลาหนึ่งๆ ตามอายุของโครงการ เช่น การสร้างสะพาน ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ตามสัญญาจ้าง 3 ปี เป็นต้น โดยการส่งลูกจ้าง ผู้ทำการแทน หรือผู้จัดการสาขา เป็นตัวแทนเข้ามาบริหารงาน ของกิจการในประเทศไทย

ในบางกิจการอาจติดข้อจำกัด ของกฎหมายและใบอนุญาต เช่น กรณีของการเปิดสาขา ของธนาคารต่างประเทศ เป็นต้น

ตามหลักกฎหมาย ระหว่างประเทศ การเปิดสาขา หรือขออนุญาต ตั้งสำนักงานชั่วคราวดังกล่าว ก็ยังถือว่า บริษัทต่างประเทศรายนั้นๆ มีสัญชาติ ตามบริษัทแม่ (head office) กรณีนี้จึงสามารถ ใช้สิทธิประโยชน์ต่างๆ ตามข้อบท ในอนุสัญญาภาษีซ้อน ที่ประเทศไทยทำไว้กับบริษัทแม่ได้ เช่น การลดหรือยกเว้นภาษีเงินได้ในบางกรณี ฯลฯ ในทางกลับกัน กรณีก็อาจทำให้ สาขาของบริษัทต่างประเทศ เสียสิทธิในการประกอบกิจการ ในบางประเภทธุรกิจ ที่สงวนไว้แก่คนไทยเช่นกัน

กรณีที่บริษัทต่างประเทศดังกล่าว มีถิ่นที่อยู่ในประเทศ ที่ได้ทำความตกลง ว่าด้วยการยกเว้น การเก็บภาษีซ้อน ไว้กับประเทศไทย (ขณะนี้มี 43 ประเทศ) บางอนุสัญญากำหนดระยะเวลาเข้ามาดำเนินธุรกิจน้อยกว่า 6 เดือน ก็ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรสุทธิที่ได้รับจากการประกอบกิจการ ในไทย ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการเลือกรูปแบบองค์กร เพื่อวางแผนประหยัดภาษีได้เช่นกัน

ตัวอย่างเช่น บริษัทต่างประเทศ เข้ามาตั้งสาขา ประกอบธุรกิจในไทย โดยบริษัทแม่ในต่างประเทศ นำเงินมาลงทุน ถือหุ้นในบริษัทไทยแห่งหนึ่ง เมื่อบริษัทแม่ ได้รับเงินปันผล จากการถือหุ้นดังกล่าว กรมสรรพากร ได้วางแนวปฏิบัติ ว่าไม่ต้องนำเงินปันผลดังกล่าว มารวมในการคำนวณ กำไรสุทธิของสาขาในไทย คงมีภาระเพียงถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร ในอัตรา 10% เท่านั้น (ถือเป็น final tax)

3. การตั้งเป็นกิจการร่วมค้า (Joint Venture)

เหตุผลในการขอตั้ง เป็นกิจการร่วมค้า โดยทั่วไป เป็นเพราะบริษัทมากกว่า 2 แห่งขึ้นไป มีเทคโนโลยี และความสามารถ แตกต่างกันคนละด้าน จึงต้องเข้าร่วมประมูลงาน หรือร่วมมือกันดำเนินงาน ให้โครงการ สำเร็จลุล่วงลง เช่น โครงการประมูลงานก่อสร้าง สะพานพระราม 9 บริษัท A เก่งงานด้านการก่อสร้าง ฐานรากในแม่น้ำเจ้าพระยา ส่วนบริษัท B เก่งงานด้านการก่อสร้างตัวสะพาน ซึ่งต้องใช้เทคโนโลยีชั้นสูง ในการขึงลวดสลิง เพื่อพยุงตัวสะพานเอาไว้ เป็นต้น

กรมสรรพากรได้วางแนวปฏิบัติ ว่าลักษณะของกิจการร่วมค้า จะต้องเข้าเกณฑ์หนึ่ง เกณฑ์ใด ดังนี้

  1. มีการร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นเงิน ทรัพย์สิน แรงงานหรือเทคโนโลยี หรือร่วมกันในผลกำไร หรือขาดทุน อันจะพึงได้ตามสัญญา ที่ร่วมกันทำ กับบุคคลภายนอก หรือ
  2. ได้ร่วมกันทำสัญญา กับบุคคลภายนอก โดยระบุไว้ในสัญญานั้น ว่าเป็นกิจการร่วมค้า หรือ
  3. ได้ ร่วมกันทำสัญญา กับบุคคลภายนอก โดยสัญญานั้น กำหนดให้ ต้องรับผิดร่วมกัน ในงานที่ทำ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน และต้องรับค่าตอบแทน ตามสัญญาร่วมกัน โดยสัญญานั้น ไม่ได้แบ่งแยกงาน และค่าตอบแทน ระหว่างกันไว้อย่างชัดเจน

ข้อเสียของกิจการร่วมค้าก็คือ ผู้ร่วมค้าแต่ละราย ไม่อาจใช้สิทธิประโยชน์ จากอนุสัญญาภาษีซ้อน ตามสัญชาติ ของผู้ร่วมค้ารายนั้นๆ เพราะประมวลรัษฎากร ถือว่ากิจการร่วมค้า เป็นหน่วยภาษีใหม่ แยกต่างหากจาก ผู้ร่วมค้าแต่ละราย เช่น กิจการร่วมค้าระหว่างบริษัท J (ญี่ปุ่น) + บริษัท G (เยอรมัน) เป็นต้น

นอกจากนั้นกรณีโครงการ ของกิจการร่วมค้า มีผลการดำเนินงาน เป็นขาดทุนสุทธิ กรณีก็ไม่อาจนำ หรือโอนผลขาดทุนดังกล่าว ไปหักเป็นรายจ่า ยของผู้ร่วมค้า แต่ละราย ตามนัยมาตรา 65 ตรี (12) แห่งประมวลรัษฎากรเช่นกัน เพราะเป็นคนละหน่วยภาษีกัน

ในการวางแผนภาษี จึงต้องชั่งใจ ข้อดี/ข้อเสีย ว่าจะจัดเป็น รูปแบบองค์กร ในลักษณะนี้หรือไม่ ทางออกก็คือ ถ้าจับมือกันอย่างหลวมๆ กรณีก็จะถือเป็น Consortium ซึ่งกรมสรรพากร วางแนวทาง ให้ผู้ร่วมค้าแต่ละราย ต้องแบ่งแยก รายได้รายจ่าย ของโครงการร่วมทุน เพื่อนำไปเสียภาษีในนาม ของผู้ร่วมค้า แต่ละรายโดยตรง

ลักษณะของ Consortium เช่น ในสัญญาว่าจ้าง มิได้ใช้ชื่อว่ากิจการร่วมค้า หรือในสัญญาว่าจ้าง จะมีการแยกงาน แยกรายได้ค่าจ้าง ออกต่างหาก เป็นของผู้ร่วมค้า แต่ละรายโดยตรง เป็นต้น

4. การตั้งตัวแทนจำหน่าย (Distributor)

ตัวอย่างเช่น บริษัท กันยงอิเล็กทริค จำกัด (ตัวแทนจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้ายี่ห้อมิตซูบิชิของญี่ปุ่น) บริษัท ดีทแฮล์ม (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด เป็นต้น

กรณีดังกล่าวอาจเป็น เพราะตลาดบ้านเรา ยังมีขนาดเล็ก ไม่คุ้มค่าต่อการยกทัพ เข้ามาเองโดยตรง

ปัญหาของการ ตั้งตัวแทนจำหน่าย ก็คือ ประเด็นการตีความ ว่าบริษัทไทย ที่เป็นตัวแทนขายเหล่านั้น จะเข้าลักษณะ เป็นผู้ทำการแทนที่ไม่อิสระ ตามนัยมาตรา 76 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร หรือไม่ หากใช่ บริษัทไทยดังกล่าว จะต้องมีหน้าที่ และความรับผิด ในการยื่นแบบ แสดงรายการ ชำระภาษีเงินได้ นิติบุคคล (ภ.ง.ด.50) แทนบริษัทต่างประเทศ

ในการวางแผนภาษี ของบริษัทไทยดังกล่าว จึงต้องชั่งใจว่า จะประกอบกิจการ ในลักษณะซื้อมาขายไป หรือจะเลือกเป็นตัวแทนขาย ซึ่งต้องเสี่ยง ต่อการตีความ เป็นผู้ทำการแทน ตามมาตรา 76 ทวิ นั่นเอง

5. การจัดตั้งสำนักผู้แทน (representative office)

การขอจัดตั้งสำนักผู้แทน ของนิติบุคคลต่างประเทศ จะต้องเป็นไปตาม ข้อกำหนด ในประกาศ สำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ.2529 ส่วนในแง่ภาษีอากร จะต้องเป็นไปตามแนวปฏิบัติ ของกรมสรรพากร ซึ่งโดยหลักการ จะไม่มีการจัดเก็บ ภาษีใดๆ จากสำนักผู้แทนดังกล่าว เว้นแต่จะมีการประกอบธุรกรรม ทางการค้า

ตัวอย่างหน้าที่ความรับผิดชอบ ของสำนักผู้แทน เช่น การตรวจสอบ และควบคุมคุณภาพ และปริมาณของสินค้า ที่สำนักงานใหญ่ซื้อหรือจ้างผลิต ในประเทศ การให้คำแนะนำต่างๆ เกี่ยวกับตัวสินค้า ของสำนักงานใหญ่ ที่จำหน่ายแก่ตัวแทนจำหน่าย หรือผู้ใช้สินค้า การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่างๆ เกี่ยวกับสินค้า หรือบริการใหม่ ของสำนักงานใหญ่ และการรายงาน ความเคลื่อนไหวทางธุรกิจ ในประเทศไทย ให้สำนักงานใหญ่ทราบ

6. สรุปข้อดี ข้อเสีย ของรูปแบบองค์กร ในลักษณะต่างๆ ของบริษัทต่างประเทศ ได้ดังนี้

6.1 การตั้งบริษัทใหม่ในไทย หักรายจ่ายได้ ในกรณีที่บริษัทแม่ ในต่างประเทศ เรียกเก็บค่าบริการ / ค่าจ้าง / ค่าใช้จ่ายอื่นๆ จากไทย เป็นช่องทาง ถ่ายโอนกำไร โดยปลอดภาระภาษี (transfer pricing) ชะลอการเสียภาษี ตามมาตรา 70 ทวิ โดยจัดสรรการจำหน่าย เงินกำไรให้เหมาะสม ต้องชำระบัญชี เมื่อเลิกกิจการ ซึ่งอาจถูกตรวจสอบภาษีได้
6.2 การขอเปิดสาขา หรือสำนักงาน ชั่วคราวในไทย เข้ามาน้อยกว่า 6 เดือนอาจได้รับ ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ตามอนุสัญญาภาษีซ้อน ไม่ต้องชำระบัญชี หรือแจ้งเลิกบริษัท เมื่อจบโครงการ ต้องเสียภาษี จากการจำหน่าย เงินกำไรอัตรา 10% ตามมาตรา 70 ทวิ เมื่อสิ้นสุดโครงการ
6.3 กิจการร่วมค้า (Joint Venture) ได้รับยกเว้นภาษี สำหรับเงินส่วนแบ่งกำไร แก่ผู้ร่วมค้าที่ประกอบ กิจการในประเทศไทย ไม่ต้องจัดสรร เป็นเงินทุนสำรอง 5% ตามมาตรา 1202 แห่งประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณิชย์ ไม่สามารถยกผลขาดทุน ของกิจการร่วมค้า ไปหักเป็นรายจ่าย ของผู้ร่วมค้าแต่ละรายได้
6.4 การตั้งบริษัทไทย เป็นตัวแทนจำหน่าย ถ้าวางแผนดี บริษัทต่างประเทศ อาจไม่ต้องเสียภาษี เงินได้นิติบุคคล จากการส่งสินค้า เข้ามาขายในไทย มีความเสี่ยง จากการตีความ ว่าบริษัทไทย เป็นผู้ทำการแทน ตามมาตรา 76 ทวิ
6.5 การตั้งสำนักผู้แทน ของบริษัทต่างประเทศ ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ เพราะมิได้ ประกอบธุรกิจการค้าใดๆ

7. ส่งท้าย

ปัญหาภาษีที่บริษัทต่างประเทศ ประสบอยู่ ในการเข้ามา ประกอบธุรกิจ ในเมืองไทยก็คือ ความซับซ้อน และไม่ชัดเจน ของตัวบทกฎหมาย และระเบียบปฏิบัติ ต้นทุนในการปฏิบัติ ตามกฎหมายภาษี (compliance cost) จึงสูง และยังไม่แน่นอน อีกโสตหนึ่ง

ขณะที่ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รัฐมนตรีคลัง กำลังง่วน อยู่กับการใช้ นโยบายการคลัง (ภาษีอากร) ในการจูงใจ ให้ต่างชาติ เข้ามาลงทุนในไทย ด้วยสารพัดแคมเปญ การลด แลก แจก แถม… ก็ขออย่าลืมนึกถึง ข้อด้อยด้านโครงสร้างภาษี และ compliance cost ดังกล่าวด้วยนะครับ!

ที่มา..กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

59 Responses to “รูปแบบองค์กรที่เหมาะสมของบริษัทต่างประเทศ”

  1. ปลาน้อย says:

    สวัสดีค่ะ
    ขอถามรายละเอียดเกี่ยวกับการจ้างงานคนต่างชาติค่ะ คือ
    1. มีการกำหนดหรือไม่ว่าบริษัทไทยบริษัทหนึ่งจะสามารถจ้างลูกจ้างชาวต่างชาติได้กี่คน
    2. จะเป็นไปได้หรือไม่ที่ชาวต่างชาติจะมาเปิดบริษัทต่างชาติ 100% และพนักงานในบริษัทก็มีแต่ชาวต่างชาติ 100% เช่นกัน
    3. แล้วถ้าบริษัทไทยที่มีชาวต่างชาติถือหุ้นอยู่ 49% จะสามารถจ้างลูกจ้างชาวต่างชาติ 100% ได้หรือไม่

    ยังไงก็ช่วยตอบด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ

    ปลาน้อย

  2. ตอบคุณปลาน้อย
    1.ไม่มีกำหนดครับ แต่หน่วยงานที่ออก Work Permit จะมีการกำหนดเกณฑ์เบื้องต้นที่ใช้ในการพิจารณา
    2.เป็นไปได้ครับ
    3.สามารถทำได้ครับ

  3. Giuseppe says:

    เรียนสอบถามครับ
    ถ้าบริษัทต่างชาติ จะมาตั้งสำนักงานตัวแทน เพื่อการพัฒนาซอฟท์แวร์ สำหรับใช้ภายในบริษัทแม่เท่านั้น จะสามารถทำได้ไหมครับ เพราะจะต้องมีการจ้างโปรแกรมเมอร์ชาวไทยในการเขียนโปรแกรมครับ
    ไม่ทราบว่ามีการทำอย่างนี้อยู่หรือไม่ และจะหารายละเอียดเพิ่มเติมได้ีที่หน่วยงานใด
    ขอบคุณครับ

  4. นายอนันต์ ซิงห์ says:

    สวัสดีครับ
    ขอถามรายละเอียดดังนี้ครับ
    1. บริษัทซอฟต์แวร์จากต่างประเทศต้องการมาเปิดสาขาในประเทศไทย โดยถือหุ้น100% ได้หรือไม่ครับ
    2. จะนำบุคคลากรวิศวกรซอฟต์แวร์จากต่างประเทศมาทำงานถึง 200 คน ในขณะที่จะว่าจ้างบุคคลากรคนไทยเพียง15-20คนเท่านั้น ทำได้หรือไม่ครับ
    3. ถ้าคำตอบทั้ง2ข้อคือได้ ผมจะติดต่อคุณได้อย่างไรครับ
    ถ้าตอบได้เร็วก็จะดีมากครับเนื่องจากลูกค้ากำลังรอเพื่อตัดสินใจครับ ขอบคุณครับ
    อนันต์

  5. นพวรรณ says:

    สวัสดีคะ

    ขอความรู้หน่อยนะคะเกี่ยวกับการจัดตั้งบริษัทต่างชาติในไทยกิจการประเภทประกันภัยคะ ว่าต้องมีขั้นตอนการดำเนินงานอย่างไร จ้างคนไทยทั้งหมดทำงานคะ แต่มีเจ้านายเป็นชาวต่างประเทศ

    1.ควรจัดตั้งในรูปแบบบริษัทหรือเปล่าคะ
    2.ต้องติดต่อหน่วยงานไหนบ้าง
    3.มีผู้ดำเนินการให้มั๊ยคะในการจัดตั้ง ไม่ทราบกฎหมายที่ไทยเลยนะคะ

    ขอบคุณมากคะ

    มะลิ

  6. ตอบคุณนพวรรณ
    1.ควรจดเป็นรูปแบบบริษัทครับ
    2.กระทรวงพาณิชย์ กรมสรรพากร แล้วก็ประกันสังคม
    3.มีครับ สามารถดำเนินการให้ได้ครับ

  7. ตอบคุณ Giuseppe

    สามารถทำได้ครับ เปิดเป็นสำนักงานผุ้แทน (Representative Office) ก็ได้ ให้ติดต่อขอข้อมูลได้ที่กระทรวงพาณิชย์ครับ

  8. Mr. Janin W. says:

    สวัสดีครับ
    ขอความรู้ด้วยครับ
    ชาวต่างชาติ(US)จะเปิดสำนักงานสาขาที่เมื่องไทย ผมต้องไปติดต่อที่ไหนครับ ใช้ระยะเวลานานใหมครับ

  9. นิต้า says:

    สอบถามนะคะ ว่าถ้าดิฉันกับเพื่อนชาวต่างชาติ รวมไทยหนึ่ง ต่างชาติสองคน จะร่วมมืิอลงทุนเปิดบริษัทผลิตเวชสำอางในประเทศไทย ต้องทำอะไรเป็นกรณีแรกคะ และจดทะเบียนที่ไหน รายละเอียดการลงทุนเรือนหุ้นต้องใช้เงินเท่าไหร่ ขั้นตอน รายละเอียด การเตรียมเอกสาร ต้องใช้อะไรบ้างคะ ผู้รู้ กรูรู ช่วยตอบหน่อยนะคะ ขอบพระคุณค่ะ ดิฉันอยู่ชลบุรีค่ะ

  10. ตอบคุณนิต้า

    – จดทะเบียนได้ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดครับ
    – เงินลงทุนจะลงเท่าไหร่ก็ได้ครับ (ไม่ได้มีกำหนดไว้ ขึ้นอยู่กับประเภทธุรกิจ)
    – ขั้นตอน รายละเอียด เอกสารที่ใช้ อ่านได้ที่นี่ครับ http://www.kiatchai.com/archives/1133

  11. ปลาทอง says:

    เรียนสอบถามค่ะ
    ถ้าบริษัทต่างชาติซื้อแฟรนไชส์มาจากต่างประทศ แล้วมาตั้งธุรกิจในประเทศไทย โดยมีต่างชาติเป็นผู้ถือหุ้น 100% โดยที่ธุรกิจเกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ของเด็ก แต่ได้มีการจดทะเบียนเป็นสวนสนุกไปเรียบร้อยแล้ว ไม่ทราบว่าจะสามารถขึ้นทะเบียนเป็นศูนย์การเรียนรู้สำหรับเด็กเพื่อยกเว้นภาษีได้หรือไม่คะ
    ขอบคุณค่ะ

  12. ตอบคุณปลาทอง

    ได้ครับ

  13. ปลาทอง says:

    แล้วไม่ทราบว่าควรต้องดำเนินการอย่างไรบ้างคะ

  14. คนป่าคนดอย says:

    เรียนสอบถามค่ะ
    – ชาวต่างชาติถือหุ้น100% สามารถประกอบกิจการซื้อมาขายไปได้หรือเปล่าค่ะ ถ้าไม่ได้ เพราะอะไรค่ะ
    – ถ้าต้องการจะ Trading ในประเทศไทย จะต้องทำอย่างไรบ้างค่ะ ช่วยแนะนำหน่อยค่ะ

  15. ตอบคนป่าคนดอย

    – ไม่ได้ครับ เว้นแต่จะได้รับอนุมัติ (ทุกประเทศ การจะไปทำงานหรือทำธุรกิจต้องรับได้อนุมัติครับ)
    – ต้องทำเรื่องจดทะเบียนและขออนุมัติประกอบธุรกิจ (ตาม พรบ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว)

  16. 1.นายจ้างเป็นคนต่างชาติสามารถจ้างงานลูกจ้างได้กี่คนคะ

  17. ตอบคุณเปิ้ล

    จ้างกี่คนก็ได้ครับ กฎหมายไม่ได้กำหนดไ้ว้

  18. สวัสดีคะสวัสดี.ดิฉันต้องการคำปรึกษาด้วยคะ ถ้าต้องการที่จะซื้อที่ดินในเมืองไทยโดยโอนเงินออกจากบริษัทที่อังกฤษจะต้องจดทะเบียนหรือมีวิธีการอย่างไรบ้างคะ. ฺิิจริงๆแล้วก็คือต้องจดทะเบียนบริษัทที่เมืองไทยได้ไหม ? มีวิธีการแนะนำอย่างไรบ้างคะขอบคุณมากนะคะ

  19. ตอบคุณดารุณี

    สามารถจดทะเบียนบริษัทที่เมืองไทยได้ครับ โดยมีผู้ร่วมก่อตั้งอย่างน้อย 3 คนก็สามารถจดทะเบียนบริษัทได้แล้วครับ

  20. Bee123 says:

    บริษัทต่างชาติที่เป็นบริษัท engineering ต้องการมีสาขาที่ประเทศไทยเพราะจำเป็นต้องนำengineersชาวต่างชาติมาดูและงานในของเครื่องจักรในไทยและต้องทำwork permitให้ทุกคนด้วย ทำได้ใหมคะและต้องจ้างคนไทยใหมหากมีคนไทยมีหุ้น49%แล้ว

  21. ตอบคุณ Bee123

    สามารถทำได้ครับ เพียงแต่ถ้าเป็นบริษัทต่างชาติ (ต่างชาติถือหุ้นมากกว่า 49%) จะมีขั้นตอนมากขึ้น ค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียน และต้องได้รับอนุญาตให้จด

    ส่วนเรื่อง Work Permit ก็เช่นกันครับ สามารถทำได้เช่นกัน ส่วนการจ้างพนักงานคนไทยด้วย ถือเป็นเกณฑ์ในการพิจารณาให้ Work Permit ครับ

  22. ปลาแซลมอน says:

    ขอสอบถามข้อมูลนิดนึงคะพอดี
    บริษัทแม่ ที่ประเทศ Norway อยากจะมาตั้ง ออฟฟิต ในไทย และ ถือหุ้น 100% คะ สินค้า คือ นำเข้าปลา salmon และขายให้กับลูกค้า ในประเทศคะ หนูไม่ทราบกฎหมาย ว่า ในกรณีที่
    1. ต่างชาติ จะมาเปิด office และ ถือหุ้น 100% สามารถทำได้ไหมคะ( เพราะ กฏหมาย มีระบุว่า บางอย่างได้ บางอย่างไม่ได้) แล้ว Imported salmon ได้หรือเปล่าคะ
    2. เงินลงทุน เพื่อจดทะเบียน ประมาณ เท่าไหร่คะ

    หรือถ้ามีรายละเอียด ขอเพิ่มให้หน่อยคะ ขอบพระคุณอย่างสูง

  23. 1.บริษัทต่างชาติสามารถมาเปิดกิจการในไทยได้ ให้ยื่นเรื่องขอจดทะเบียนไป ถ้าอนุญาตก็จดได้ครับ (เกี่ยวข้องกับ พรบ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว)
    2.เงินลงทุนขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 2 ล้านบาท

  24. XzidE says:

    อยากทราบว่า บริษัทรับแปลเอกสาร ซึ่งบริษัทแม่อยู่ที่เวียดนามจะเข้ามาตั้ง Representative Office ในไทย ทำได้ไหมครับ ในกรณีที่

    จ้างนักแปลที่เป็นคนไทย แล้วคอยป้อนงานมาให้แปลจากภาษาต่างชาติ ให้เป็นภาษาไทย และรับแปลเอกสารของบริษัทต่าง ๆ ในไทยให้เป็นภาษาต่างประเทศอีกด้วย

    การประกอบธุรกิจแบบนี้เข้าข่ายไหนครับ

    หากไม่ ต้องจดทะเบียนแบบใด

    ขอบพระคุณมากครับ

  25. ตอบคุณ XzidE

    ทำได้ครับ สามารถตั้งเป็น Representative Office ในไทย ได้ครับ

  26. Noonai says:

    รบกวนสอบถามค่ะ
    ว่าถ้าคนต่างชาตืจะเข้ามาเปิดสาขาบริษัททัวร์ในประเทศไทย ต้องทำอย่างไรบ้างค่ะ ขอบคุณค่ะ

  27. pichaya says:

    ต้องการเป็นบริษัทตัวแทนจำหน่าย ในชื่อบริษัท ก. โดยนำเข้าสินค้าจาก ประเทศเยอรมันเพื่อมาขายให้ส่วนราชการในนามบริษัท ก. มีคำถามดังนี้
    1. ต้องจดทะเบียนเป็นบริษัทตัวแทนจำหน่ายที่ส่วนงานไหน
    2. จำเป็นต้องแสดงหนังสือแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายจากบริษัทที่ส่งสินค้าจากประเทศเยอรมันด้วยหรือไม่
    3. หนังสือยืนยันจากบริษัทที่ส่งสินค้าจากประเทศเยอรมันต้องผ่าน Notary Public และประทับตราของกระทรวงการต่างประเทศหรือสถานกงศุลไทยหรือไม่

    Oversea

  28. ปลา says:

    สอบถามหน่อยค่ะ
    ถ้าชาวต่างชาติมาเปิดบริษัทที่เมืองไทย
    มีลูกจ้างจริงแค่ 2 คน ที่ทำงานจริง แต่บริษัทส่ง ค่าประกันสังคม ทุกเดือน เดือนละ 4 คนโดยหาชื่อมาเพิ่มอีก 2 คน โดยไม่มีการทำงานจริง และส่ง ภ.ง ด ต่างๆๆๆว่ามี 4 คน พอสรรภากรมาตรวจ ก็ให้พนักงานอ้างกับสรรภากรว่า ออกไปหาลูกค้าข้างนอก อย่างนี้ผิดกฎหมายไม่ค่ะ แล้วถ้าผิดเราจะแจ้งได้ที่ไหนค่ะไม่อยากโกหกค่ะเพราะเจ้านายต่างชาติให้พูดไปแบบนั้นแล้วเราจะมีความผิดไหมค่ะที่พูดโกหกถ้าโดนจับได้ค่ะ

  29. ไอติม says:

    สอบถามหน่อยคะ
    ทุนจดทะเบียนของบริษัทต่างชาติ 100% ต้องชำระเท่าไหร่ เมื่อไหร่ มีหลักการอย่างไรบ้างคะ 🙂

    • ตอบคุณไอติม

      ทุนจดทะเบียนของบริษัทต่างชาติ ต้องจดไม่น้อยกว่า 2 ล้านบาท ต้องชำระเต็มจำนวนครับ

      หรือต้องส่งเงินมาให้ครบ 25% ภายใน 3 เดือน และครบ 50% ภายใน 1 ปี ปีถัดไป 25% และต้องส่งเงินให้ครบภายใน 3 ปีครับ

  30. netnapha says:

    ต้องการจัดตั้งบริษัทจำกัด มีคนไทย 1 คนถือหุ้น 51% คนต่างชาติ 2 คนถือหุ้น49% ทำธุรกิจเป็นตัวแทนส่งอาหารสดค่ะ แต่จะไม่จ้างพนักงาน อยากทำกันเองก่อนค่ะ ไม่ทราบว่าทำได้ไหมค่ะ ถ้าไม่ได้ต้องทำอย่างไรบ้าง รบกวนช่วยตอบด้วยน่ะค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

    • ตอบคุณ netnapha

      สามารถจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัดได้ครับ ไม่มีปัญหาถือเป็นบริษัทไทยครับ ส่วนจะมีลูกจ้างหรือไม่มีลูกจ้างก็ได้ครับ (ไ่ม่มีข้อกำหนดในเรื่องนี้)

  31. may-i-inn says:

    รบกวนสอบถามดังนี้ครับ
    บริษัทจดทะเบียนที่สิงคโปร์ เป็นบริษัทเกี่ยวกับการจำหน่ายยาเกี่ยวกับกระดูกและข้อที่ใช้ในโรงพยาบาล ทุกปีจะมีออเดอร์จากโรงพยาบาลและคลีนิคในประเทศเป็นจำนวนมาก ผู้บริหารจึงปรึกษากันว่า สมควรมีออฟฟิสหรือร้านค้าเพื่อจำหน่ายในประเทศไทย

    เช่นนี้แล้ว การขอตั้งตัวแทนสาขาในประเทศไทย จะต้องจำกัดเวลาการดำเนินงานไว้ด้วยหรือครับ ขอทราบข้อมูลรายละเอียดครับ

    • ตอบคุณ may-i-inn

      สามารถจดทะเบียนตั้งสาขาในประเทศไทยได้ แต่เนื่องจากเป็นบริษัทต่างชาติจึงต้องทำเรื่องอนุญาตครับ ส่วนจะจำกัดเวลาในการดำเนินงานหรือไม่จำกัดก็ได้ครับ

  32. MIn Ah says:

    รบกวนสอบถามหน่อยค่ะ
    ในกรณีบริษัทเป็นบริษัทต่างชาติ ทำกิจการรับเหมาก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรม
    มีบริษัทแม่อยู่ต่างประเทศ ต้องมาเปิดสำนักงานที่ประเทศไทย สามารถจดทะเบียนเป็นสาขาได้หรือไม่ แล้วถ้าเป็นสาขาจะมีปัญหาในการเซ็นสัญญากับผู้ว่าจ้างมั้ยค่ะ

    • ตอบคุณ Min Ah

      สามารถเปิดเป็นบริษัทสาขาในประเทศไทยได้ กรณีจดทะเบียนเป็นสาขาของบริษัทต่างประเทศ ก็จะถือเป็นบริษัทต่างชาติ

      ส่วนจะมีปัญหาในการเซ็นสัญญากับผู้ว่าจ้างหรือไม่ คงต้องสอบถามผู้ว่่าจ้างดูครับ

  33. patcharee says:

    อยากทราบว่า
    คนญีุ่ปุ่นต้องการมาเปิดบริษัททัวร์ในประเทศไทยทำได้ไหมค่ะ ต้องมีคนไทยเป็นหุ้นส่วนด้วยหรือไม่ แล้วต้องดำเนินการอย่างไรบ้างค๊ะ ขอบคุณค่ะ

  34. peepo says:

    ถ้าต่างชาติถือหุ้นเกิน51%จดในรูปบริษัทต่างชาติ ดีกว่ากรณีถือหุ้นไม่เกิน50%มั้ยคะ(จดในนามนิติบุคคลไทย) กำลังจะเลือกประเภทลงทุนอะคะ

    • ตอบคุณ peeo

      ถ้าต่างชาิติถือเกิน 51% ถือเป็นบริษัทต่างชาติ ก็ต้องไปดู พรบ.การประกอบวิชาชีพของคนต่างด้าว ถ้าเป็นบริษัทไทย ก็จะไม่ถูกจำกัดครับ

  35. ชุลีกร says:

    อยู่ต่างประเทศค่ะและจะมาเปิด บริษัท engineering ที่เมืองไทยจะต้องทำอะไรบ้าง

  36. นวิน says:

    1.กรณีญี่ปุ่นเข้ามาเปิดบริษัทในไทยเกี่ยวกับนำเข้าเครื่องมือแพทย์
    2.ประการที่สองบริษัทก็ทำหน้าที่เหมือนประชาสัมพันธ์สินค้าตัวหนึ่งให้กับบริษัทในญี่ปุ่น เป็นลักษณะหา Dealer
    —สำหรับประการแรกบริษัทกำลังดำเนินการขอจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการนำเข้าเครื่องมือแพทย์
    —สำหรับในส่วนที่ 2 ทางบริษัทต้องขออนุญาติหรือไม่ และถ้าขอต้องขอที่ไหน

    ขอบคุณครับ
    วิน

  37. Maxx says:

    ชาวต่างชาติสามารถร่วมหุ้นจดทะเบียนเป็นบริษัทกับคนไทยได้หรือเปล่าครับ

  38. Chanaphat says:

    รบกวนสอบถามครับ สมมติชาวต่างชาติจะมาเปิดบริษัทในไทย โดยว่าจ้างคนไทยร่วมกันจัดตั้งบริษัท โดยปกติแล้วค่าตอบแทนที่คนไทยจะได้จากว่าจ้าง ฐานอยู่ที่เท่าไหร่ครับ ธุรกิจที่พัก ไม่เกิน 11 ห้อง ครับ guest house

    • ตอบคุณ Chanapat

      ค่าจ้างที่ได้รับต้องไม่ต่ำกว่าที่กฎหมายแรงงานกำหนดไว้ครับ เช่น รายวันไม่ต่ำกว่า 300 บาท รายเดือนก็ไม่ต่ำกว่า 9,000 บาท

  39. สวัสดีครับ
    ผมจากบริษัททัวร์ต่างประเทศ มีที่ตั้งอยู่ประเทศเวียดนาม บริษัทผมเป็นบริษัทแลนด์ที่บริการให้แก่นักท่องเที่ยวไทยเข้าไปเที่ยวในประเทศเวียดนาม
    ประเด็นที่ผมอยากถามคือ หากผมจะให้พนักงานที่บริษัทซึ่งมีเชื้อสายเวียดนาม เข้ามารับการติดต่อกับบริษัททัวร์ในเมืองไทยในซักระยะหนึ่ง ทางบริษัทผมต้องดำเนินการอย่างไรครับ จะมาร่วมกิจการกับบริษัททัวร์ที่นี้ หรือจะเปิดสาขาของบริษัท หรือยังไง
    กรุณาแนะนำให้ผมด้วยครับ ติดต่อทางเมล์ infos@viethometourist.com หรือ 0854959226
    ขอบคุณครับ

    • ตอบคุณ ศรัญญู

      กรณีรับงานผ่านบริษัททัวร์ในไทย แบบนี้ ก็ไม่ต้องทำอะไรครับ เพราะในไทยจะเป็นผู้จัดการเรื่องภาษีเอง

      แต่ถ้าต้องการมาทำเอง แบบนี้ แนะนำให้จดทะเบียนเป็น สำนักงานผู้แทน หรือ จดทะเบียนเป็นสาขา ครับ

  40. วิลาสินี says:

    ขอสอบถามคุ่ะ
    บริษัทเป็นโรงงานผลิตแม่พิมพ์ ต่างชาติถือหุ้น100% และปั้มเหล็กขึ้นรูป ทุนจดทำเบียนไม่ถึง 100 ล้านบาท
    ได้รับการส่งเสริม BOI
    อยากสอบถามดังนี้ค่ะ
    1.เราสามารถนำเข้าแม่พิมพ์เข้ามาแล้วขายไปได้หรือเปล่าค่ะ
    2.หรือเรานำเข้ามาแล้วนำมาปรับปรุงแล้วขายได้หรือเปล่าค่ะ

    ขอบคุณค่ะ

  41. Buntharik says:

    ขอเรียนถามดังนี้ค่ะ
    บริษัทจดทะเบียนในไทย มีญี่ปุ่นถือหุ้น 25 % เพื่อเป็นตัวแทนขายสินค้านำเข้าจากญี่ปุ่นและต่างประเทศ อยากทราบว่า ถ้าต้องการไปฝึกอบรมงานที่ญี่ปุ่นเป็นระยะเวลาเกินสามเดือนจะได้ไหมค่ะ หุ้นส่วนมีบริษัทญี่ปุ่นของเขาอยู่แล้ว และมีข้อจำกัดไหมค่ะว่าสามารถไปได้ปีละกี่ครั้ง จำเป็นต้องมี work permit ไหมค่ะ
    กรุณาให้คำแนะนำด้วยน่ะค่ะ

    ขอบคุณค่ะ

  42. ตอบคุณ Bunthrik

    ไม่ได้มีข้อจำกัดในการไปฝึกอบรม (บางคนก็ฝึกเป็นปีก็มี)
    ไม่จำเป็นต้องมี Work Permit เนื่องจากไม่ได้ไปทำงาน แต่ไปเรียน/อบรม

  43. เอิร์น says:

    ขอเรียนถามดังนนี้ค่ะ

    บริษัทต่างชาติเกี่ยวกับการนวดฝ่าเท้าแบบสุขภาพต้องการหาคนทำงานเข้าประเทศของเขาโดยจัดตั้งตัวแทนในไทยซึ่งเป็นส่วนบุคคลเป็นผู้ช่วยจัดหาคัดสรรคนหางานและส่งเข้าทำงานที่บริษัทต่างชาติโดบไม่ผ่านบริษัมจัดหางานได้มั๊ยค่ะ โดยทางบริษัทต่างชาติจะทำcalling visa แล้วให้ทางตัวแทนในไทยดังกล่าวนั้นเป็นผู้จัดการเรื่องวีซ่า ในกรณีแบบนี้ควรทำอย่างไรจึงจะเหมาะสมที่สุดค่ะ

  44. สมร says:

    บ. A สำนักงานใหญ่อยู่ในประเทศจีน มีผลงานสร้างห้องปลอดเชื้อระดับสูงให้กับรัฐบาลจีน อินเดีย ฮ่องกง และสิงค์โปร์หลายแห่ง ต้องการยื่นประกวดราคางานก่อสร้างห้องแบบเดียวกันในประเทศไทย จึงตั้ง บ. A (ประเทศไทย) และ บ. A สำนักงานใหญ่ มีหนังสือมอบอำนาจให้ บ. A (ประเทศไทย) เป็นตัวแทนยื่นประกวดราคาและระบุว่าการดำเนินการใดๆ ของ บ. A (ประเทศไทย) นั้น บ. A สำนักงานใหญ่เป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด ซึ่งใน TOR กำหนดว่าผู้ยื่นประกวดราคาต้องมีผลงานทำห้องแบบนั้นในระดับสากล กรณีนี้ บ. A (ประเทศไทย) จะอ้างผลงานของ บ. A สำนักงานใหญ่ และเป็นผู้มีคุณสมบัติตรงตาม TOR หรือไม่ครับ

  45. Pranee says:

    ขอเรียนสอบถามค่ะ
    จะเปิดบริษัทเพื่อเป็นนายหน้าขายสินค้าให้กับ supplier เมืองนอกให้กับลูกค้าที่เมืองไทย โดยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเอกสารและเงินในการซื้อขาย ทำหน้าที่เสนอราคา และอำนวยความสะดวกให้กับ supplier และลูกค้า รายรับทั้งหมดมีเพียง commission จากทางเมืองนอก ควรจดทะเบียนบริษัทประเภทไหนคะ แล้วต้องใช้ทุนจดทะเบียนขั้นต้นเท่าไหร่คะ และค่าใช้จ่ายในการจดเท่าไหร่คะ ขอบคุณมากค่ะ

  46. jeeranun says:

    จะขอสอบถามว่า ทางบริษัท ฯ รับจดทะเบียน บริษัทที่จะจดในลักษณะของสำนักงานผู็แทน หรือไม่่คะ ( representative office ) และคิดค่าดำเนินการเท่าไหร่ และต้องใช้เอกสารอะไรบ้างค่ะ

  47. Puwanan says:

    ขอสอบถามดังนี้ครับ … มีบริษัท A จดทะเบียนที่สิงคโปร์โดยมีคนไทยถือหุ้นเกิน 51% บริษัท A มีนโยบายทำการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในไทยและค้าขายแก่ลูกค้าคนไทย

    อยากทาบว่าวิธีไหนจะทำให้ได้ประโยชน์สูงสุดสำหรับบริษัท A ทั้งในแง่ของภาษี และการสนับสนุนจาก BOI
    1. บริษัท A ควรจะจัดตั้งบริษัทย่อยในไทย … ในกรณีนี้ต้องมีจำนวนเงินที่ชำระแล้วสำหรับบริษัทย่อยดังกล่าวจำนวนเท่าไหร่ และหุ้นที่ถือในบริษัทย่อยควรมีอย่างน้อยกี่ %
    2. บริษัท B ซึ่งเป็นบริษัทในไทยรับงานจากลูกค้าคนไทย และแบ่งงานและรายได้อย่างชัดเจนแก่บริษัท A … เหมือน outsourcing
    3. บริษัท A ทำ joint venture กับบริษัท B (ซึ่งจดในไทย) รับงานพร้อมกัน และแบ่งสัดส่วนงานและรายได้ชัดเจน

    ขอบคุณครับ

Leave a Reply

*

shared on wplocker.com